บัวขาว บัญชาเมฆ
Buakaw Banchamek
“ดำดอตคอม”
- ชื่อจริง
- สมบัติ บัญชาเมฆ
- วันเกิด
- 8 พฤษภาคม 2525
- สัญชาติ
- ไทย
- จังหวัด / ประเทศ
- สำโรงทาบ, สุรินทร์, ไทย
- ประเภทการแข่งขัน
- Muay Thai / Kickboxing
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- K-1 / RWS
- สไตล์การชก
- มวยเตะซ้ายหนัก เดินบุกคุมกลางเวที และเตะขาสะสมความเสียหาย
ประวัติ บัวขาว บัญชาเมฆ
เด็กชาวกูยจากสุรินทร์ ที่ขึ้นชกครั้งแรกตอนแปดขวบ
บัวขาว บัญชาเมฆ (Buakaw Banchamek) ชื่อจริงคือ สมบัติ บัญชาเมฆ เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2525 ที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ในครอบครัวชาวกูยที่ทำไร่ทำนา เขาเป็นลูกคนที่สี่จากพี่น้องห้าคน และเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุแปดขวบตามงานวัดแถวบ้าน ก่อนจะเข้ามาอยู่กับค่าย ป.ประมุข ตอนอายุสิบห้า โดยใช้ชื่อในสังเวียนครั้งแรกว่า ดำตะมิน เกียรติอนันต์
ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในเวทีกรุงเทพฯ ช่วงต้นทศวรรษ 2540 เริ่มจากแชมป์เวทีอ้อมน้อยรุ่นเฟเธอร์เวตในปี 2544 ซึ่งเป็นเข็มขัดเส้นแรกในชีวิต ตามด้วยแชมป์ประเทศไทยรุ่นเดียวกันของสมาคมมวยไทยอาชีพ และแชมป์เวทีอ้อมน้อยรุ่นไลท์เวตในปี 2546 ส่วนไฟต์ที่ทำให้คนทั้งวงการจำเขาได้คือเดือนธันวาคม 2545 เมื่อเขาชนะ ซาโตชิ โคบายาชิ ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์โตโยต้า มาราธอน รุ่น 140 ปอนด์ ที่เวทีลุมพินี
สองสมัย K-1 World MAX ที่พามวยไทยออกไปทั้งโลก
เดือนกรกฎาคม 2547 บัวขาว กลายเป็นนักชกไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ K-1 World MAX รายการคิกบ็อกซิงพิกัด 70 กิโลกรัมที่ดังที่สุดในโลกเวลานั้น ระหว่างทางเขาผ่าน จอห์น เวย์น พาร์ และ ทาคายูกิ โคฮิรุอิไมกิ ก่อนจะชนะ มาซาโตะ แชมป์เก่าเจ้าถิ่นในรอบชิงชนะเลิศ คลิปการชกของเขาในยุคแรกของอินเทอร์เน็ตกลายเป็นประตูบานแรกที่ทำให้คนต่างชาติจำนวนมากรู้จักคำว่ามวยไทย
ปีถัดมาเขาเข้าชิงอีกครั้งแต่แพ้ แอนดี้ ซาวเออร์ ในยกพิเศษแบบที่ยังถูกเถียงกันถึงทุกวันนี้ ก่อนจะกลับมาเจอคู่เดิมในรอบชิงชนะเลิศปี 2549 แล้วชนะ TKO ด้วยหมัดชุด กลายเป็นคนแรกที่ได้แชมป์รายการนี้สองสมัย จากนั้นปี 2550 เขาแพ้คะแนน มาซาโตะ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นไฟต์ที่เขาเตะขาได้ดีตลอดแต่เสียคะแนนจากการโดนน็อกดาวน์ตั้งแต่ยกแรก
นอกจากเวที K-1 เขายังคว้าแชมป์โลก Shoot Boxing S-Cup ปี 2553 ด้วยการชนะ TKO โทบี้ อิมาดะ ในยกที่สอง และสะสมเข็มขัดจากหลายสถาบันทั้ง WMC, WBC มวยไทย รุ่นไดมอนด์ ปี 2557, Wu Lin Feng รุ่น 70 กิโลกรัม ปี 2558 และ Kunlun Fight ปี 2559
วันที่แยกทางกับ ป.ประมุข และวันที่ชื่อ บัญชาเมฆ ถือกำเนิด
ต้นเดือนมีนาคม 2555 Buakaw Banchamek หายไปจากค่ายโดยไม่บอกใคร ก่อนจะออกรายการโทรทัศน์ในวันที่ 12 มีนาคม เพื่อขอโทษแฟนมวยและอธิบายว่าเขามีปัญหากับฝ่ายจัดการของค่าย ป.ประมุข สะสมมาตั้งแต่ปี 2552 สิ่งที่เขาพูดวันนั้นและถูกอ้างถึงเรื่อยมาคือ การซ้อมหนักเขาทนได้ แต่การถูกปฏิบัติไม่ดีเขาทนไม่ไหว เพราะมันเป็นเรื่องของใจ ไม่ใช่ร่างกาย
เรื่องยืดเยื้อถึงขั้นที่เขาถูกกันไม่ให้ขึ้นชกไทยไฟต์ในเดือนเมษายนปีนั้น จนต้องร้องเรียนต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย และใช้ชื่อค่ายเดิมในสังเวียนไม่ได้อีก นั่นคือที่มาของชื่อ บัวขาว บัญชาเมฆ ที่มาจากนามสกุลของตัวเอง พร้อมกับค่ายมวยบัญชาเมฆที่สร้างขึ้นใหม่ในปีเดียวกัน
ปี 2554 และ 2555 เขาคว้าแชมป์ไทยไฟต์รุ่น 70 กิโลกรัมสองสมัยติดต่อกัน โดยรอบชิงชนะเลิศปี 2555 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม เขาชนะคะแนน วิตาลี กูร์คอฟ จากเบลารุส

ค่ายบัญชาเมฆ หมู่บ้านบัวขาว และชีวิตนอกสังเวียน
เมื่อค่ายในกรุงเทพฯ รับคนที่หลั่งไหลมาฝึกไม่ไหว เขาเปิดโครงการหมู่บ้านบัวขาวที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนเมษายน 2561 เป็นทั้งค่ายมวย ร้านอาหาร และบังกะโลให้คนที่มาเข้าคอร์สพักอาศัย กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวที่บินมาเรียนมวยไทยถึงเมืองไทย
นอกเวที สมบัติ บัญชาเมฆ เรียนจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตในปี 2559 และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2565 เคยลงเล่นฟุตบอลอาชีพให้สโมสรอาร์แบคในตำแหน่งศูนย์หน้าเมื่อปี 2557 เคยแสดงภาพยนตร์เรื่อง ยามาดะ ซามูไรอโยธยา และ ทองดีฟันขาว ส่วนในราชการทหาร เขาประจำอยู่ที่ศูนย์การกำลังสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และได้รับการประดับยศร้อยเอกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567
งานหน้าจอของเขาไม่ได้มีแค่ช่วงกีฬา เขาเคยเป็นพิธีกรรายการเกมโชว์อย่าง เกมกำแพงซ่า น็อกเอาต์ และ เกมกำแพงซ่า สไตรค์ ทางช่อง 7 รวมถึงรับงานแสดงเป็นครั้งคราว ซึ่งทำให้คนไทยรุ่นที่ไม่ทันดูเขาชกยังจำหน้าเขาได้
ครอบครัว
วันที่ 29 มกราคม 2568 เขาคุกเข่าขอ ศลิษา สำเพชรเจริญ หรือที่คนในค่ายเรียกว่า ซ้ออ้อม แต่งงานกลางงานเปิดสาขาใหม่ของค่ายบัญชาเมฆ ก่อนจะจัดพิธีที่บ้านเกิดในจังหวัดสุรินทร์ ทั้งคู่มีลูกสาวคนโตคือ น้องเกสร และลูกชายคนที่สองคือ น้องจอมพล ที่คลอดตรงกับวันเด็กพอดี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569
คืนสังเวียนในวัยสี่สิบ
ปี 2564 บัวขาว รับตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย และเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยในซีเกมส์ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม ซึ่งทีมคิกบ็อกซิงไทยทำได้ 2 เหรียญทองจาก 12 เหรียญรวม จากนั้นเดือนกรกฎาคม 2565 เขากลับมาชกอีกครั้งด้วยการชนะคะแนน ดมิทรี วาราตส์ แล้วกลายเป็นหน้าหลักของศึก RWS ที่เวทีราชดำเนิน ทั้งชนะ TKO โคตะ มิอุระ ในเดือนสิงหาคม ชนะน็อกยกแรก โยชิฮิโระ ซาโตะ ในเดือนตุลาคม และเสมอ โอเล็กซานเดอร์ เยฟิเมนโก ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
ปี 2566 คือปีที่เขาขึ้นชกหลากกติกาที่สุด เริ่มจากเสมอ รุกิยะ อันโป ที่ศึก RIZIN 42 ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ด้วยคะแนน 30-30, 30-30 และ 29-29 ตามด้วยไฟต์ที่ถูกประกาศเป็นไม่มีผลการแข่งขันกับ ยาสุฮิโระ คิโดะ หลังเกิดการโขกหัวในยกสาม และปิดปีด้วยการชนะคะแนน นายาเนช ไอมาน ที่ราชดำเนินในวันที่ 2 ธันวาคม
ระหว่างนั้นเขายังข้ามไปชกมือเปล่าในสังกัด BKFC ด้วย โดยน็อก แอร์คาน วาโรล ในยกแรกเมื่อเดือนกันยายน 2565 และในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ที่พัทยา เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ แสนชัย ในไฟต์ที่แฟนมวยรอดูสองตำนานเจอกันมานาน
วันที่ 23 มีนาคม 2567 เขาน็อก มิโนรุ คิมูระ ในยกสองที่ RIZIN Landmark 9 ก่อนจะกลับไปเวที K-1 World MAX 2024 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 ซึ่งห่างจากแชมป์สมัยแรกพอดียี่สิบปี แต่คราวนี้เขาแพ้คะแนน สโตยัน คอปริฟเลนสกี ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และคอปริฟเลนสกีก็คว้าแชมป์รายการนั้นไปครอง
คืนวันที่ 21 ธันวาคม 2567 ในศึก RWS ฉลองครบรอบ 80 ปีเวทีราชดำเนิน สมบัติ บัญชาเมฆ ในวัย 42 ปี ชนะคะแนนเอกฉันท์ 30-27 ทั้งสามใบเหนือ หาน เหวินเป่า นักคิกบ็อกซิงจีนที่อายุน้อยกว่าสิบห้าปี ทั้งที่เจ็บขาและเจ็บมือระหว่างชก หลังไฟต์เขาบอกสั้น ๆ ว่าอายุไม่ใช่ปัญหา เพราะดูแลร่างกายมาอย่างดี และยังชกได้อีกนาน

คำพูดนั้นพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในวันที่ 24 เมษายน 2569 เมื่อเขาขึ้นชกที่ประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรกในศึก T Fight All Stars ที่ติติวังซา อารีนา กรุงกัวลาลัมเปอร์ และชนะคะแนนเอกฉันท์ เมิ่ง เกาเฟิง นักชกจีนที่อายุน้อยกว่าเขาสิบสี่ปี ในวัย 43 ปี
สถิติที่นับได้ กับสถิติที่นับไม่หมด
ตัวเลขสถิติของเขาเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายสักหน่อย ตัวเลขที่สื่อไทยและวิกิพีเดียไทยใช้กันคือชกทั้งหมด 330 ไฟต์ ชนะ 295 ไฟต์ (น็อก 72) แพ้ 23 เสมอ 12 ซึ่งนับรวมไฟต์ตามเวทีต่างจังหวัดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ส่วนฐานข้อมูลที่บันทึกเฉพาะไฟต์ที่มีหลักฐานครบอย่าง muaythairecords ระบุไว้ที่ 127 ชนะ 19 แพ้ 3 เสมอ ความต่างนี้เป็นเรื่องปกติของนักมวยไทยรุ่นก่อน เพราะผลการชกในยุคก่อนอินเทอร์เน็ตไม่เคยถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ
หอเกียรติยศราชดำเนิน และบทบาทวันนี้
เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในหอเกียรติยศเวทีราชดำเนินในโอกาสครบรอบ 80 ปี ร่วมกับตำนานอีกหกคน ทั้ง เขาทราย แกแล็คซี่, ดีเซลน้อย ช.ธนสุกาญจน์, สมรักษ์ คำสิงห์ และ สมจิตร จงจอหอ โดยเหตุผลที่ระบุไว้สำหรับเขาคือการเป็นคนพามวยไทยออกไปให้โลกรู้จัก
ทุกวันนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ ยังทำหน้าที่เป็นหน้าเป็นตาให้มวยไทยในเวทีนานาชาติ เดือนพฤษภาคม 2569 เขาเป็นคนถือเป้าและสอนมวยให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันลิเวอร์พูล กับกลุ่มตำนานลูกหนังที่แวะมาเยือนราชดำเนิน ส่วนไฟต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดแต่ไม่เคยเกิดขึ้นคือการชกโชว์กับ แมนนี ปาเกียว ที่เคยประกาศวันไว้เดือนเมษายน 2567 ก่อนจะถูกเลื่อนและเงียบหายไปในที่สุด
เส้นทางการชก
- 8 พ.ค. 2525
เกิดที่อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ในครอบครัวชาวกูย
- วัย 8 ขวบ
ขึ้นชกครั้งแรกแถวบ้าน ก่อนเข้าค่าย ป.ประมุข ตอนอายุ 15 ในชื่อ ดำตะมิน เกียรติอนันต์
- ปี 2544
แชมป์เวทีอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวต และแชมป์ประเทศไทยรุ่นเดียวกัน
- ธ.ค. 2545
ชนะ ซาโตชิ โคบายาชิ คว้าแชมป์โตโยต้า มาราธอน 140 ปอนด์ ที่ลุมพินี
- ก.ค. 2547
ชนะ มาซาโตะ ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ K-1 World MAX สมัยแรก
- ปี 2549
ชนะ TKO แอนดี้ ซาวเออร์ คว้าแชมป์ K-1 World MAX สมัยที่สอง
- ปี 2553
ชนะ TKO ยก 2 โทบี้ อิมาดะ คว้าแชมป์โลก Shoot Boxing S-Cup
- มี.ค. 2555
แยกทางกับค่าย ป.ประมุข และเริ่มใช้ชื่อ บัวขาว บัญชาเมฆ
- 16 ธ.ค. 2555
ชนะคะแนน วิตาลี กูร์คอฟ คว้าแชมป์ไทยไฟต์ 70 กก. สมัยที่สอง
- เม.ย. 2561
เปิดหมู่บ้านบัวขาวที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
- ก.ค. 2565
คืนสังเวียนด้วยการชนะคะแนน ดมิทรี วาราตส์ หลังห่างหายไปสามปี
- 4 พ.ย. 2566
ชนะคะแนนเอกฉันท์ แสนชัย ในศึกมือเปล่า BKFC ที่พัทยา
- 7 ก.ค. 2567
แพ้คะแนน สโตยัน คอปริฟเลนสกี รอบก่อนรองฯ K-1 World MAX 2024
- 25 ธ.ค. 2567
ได้รับการประดับยศร้อยเอก ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
- 21 ธ.ค. 2567
ชนะคะแนน 30-27 หาน เหวินเป่า ในศึกฉลอง 80 ปีเวทีราชดำเนิน
- ก.พ. 2569
ขึ้นหอเกียรติยศเวทีราชดำเนิน ร่วมกับตำนานอีกหกคน
- 24 เม.ย. 2569
ชนะคะแนน เมิ่ง เกาเฟิง ในศึก T Fight All Stars ที่กัวลาลัมเปอร์
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: มวยไทยและคิกบ็อกซิงตลอดอาชีพ · ตรวจสอบล่าสุด 22 กันยายน 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้
