รัสเซียMuay ThaiRWSONE Championshipไลต์เวต (135 ปอนด์)

เอกอร์ บิเกรฟ

Egor Bikrev

วันเกิด
2 ตุลาคม 2545
สัญชาติ
รัสเซีย
จังหวัด / ประเทศ
เมืองโปรโกปเยฟสค์ แคว้นเคเมโรโว, รัสเซีย
ประเภทการแข่งขัน
Muay Thai
องค์กรที่เกี่ยวข้อง
RWS / ONE Championship
สไตล์การชก
มวยตัวสูงที่เดินเข้าหาและจบเกมเร็ว ชนะน็อกห้าจากหกไฟต์ที่ชกมา
PROFILE

ประวัติ เอกอร์ บิเกรฟ

คนที่ปิดรัชสมัยไลต์เวตของราชดำเนินในยกเดียว

เอกอร์ บิเกรฟ (Egor Bikrev) เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2545 ที่เมืองโปรโกปเยฟสค์ ในแคว้นเคเมโรโว ทางไซบีเรียตะวันตกของรัสเซีย สูง 176 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าคู่ชกไทยในรุ่นไลต์เวตแทบทุกคน

ชื่อยิมที่สองของเขาบอกที่มาของตัวเองอยู่แล้ว เพราะคุซบาสคือชื่อเรียกแอ่งถ่านหินคุซเนตสค์ในไซบีเรีย ซึ่งเป็นเขตเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซียและเป็นบ้านเกิดของเขา

เขาซ้อมอยู่กับ City of Fighters และ Kuzbass Muay Thai และในไฟต์ที่มีบันทึกไว้ เขายังไม่เคยแพ้ใครเลย ชนะ 6 ไฟต์โดยเป็นการชนะน็อกถึง 5 ครั้ง

ตัวเลขที่อธิบายเขาได้ในบรรทัดเดียว

อัตราการชนะของเขาอยู่ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ และอัตราการปิดเกมอยู่ที่แปดสิบสามเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลว่าถ้าเขาชนะ เกือบทุกครั้งคู่ชกจะไม่ได้ยินระฆังหมดยก

นั่นเป็นสไตล์ที่ไม่ค่อยเข้ากับเวทีมาตรฐานของไทย ซึ่งเป็นเวทีที่ให้คุณค่ากับการอ่านยกและเก็บแต้มมากกว่าการหาหมัดเดียวจบ แต่เขาเอาวิธีนี้มาใช้ที่ราชดำเนินแล้วได้ผล

8 พฤศจิกายน 2567 เปิดตัวในเมืองไทย

ไฟต์แรกที่คนไทยได้เห็นเขาคือที่ศึก ONE Friday Fights 86 ซึ่งเขาชนะทีเคโอ กิ่งแสงเล็ก ต.หลักสอง นักมวยไทยที่มีประสบการณ์หกสิบไฟต์

ไฟต์ที่สองของเขาในรายการนั้นหนักกว่าเดิมมาก เพราะคู่ชกคือ ปานพยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์ลุมพินีสามรุ่นที่ขึ้นเวทีมาแล้วเกือบร้อยไฟต์ และเขาน็อกได้ในศึก ONE Friday Fights 92

การน็อกนักมวยระดับ ปานพยัคฆ์ ในเมืองไทยคือสิ่งที่ทำให้คนเริ่มจำชื่อเขาได้ ทั้งที่ตอนนั้นเขาเพิ่งชกในประเทศนี้มาได้ไม่กี่ไฟต์

หลังจากนั้นเขาไม่ได้อยู่ต่อในรายการนั้น แต่ย้ายไปอยู่กับเวทีราชดำเนินแทน ซึ่งกลายเป็นที่ที่เขาสร้างชื่อจริง ๆ

13 กันยายน 2568 ไฟต์แรกที่ราชดำเนิน

เขาเปิดตัวที่ ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ในศึกที่ 159 ด้วยการน็อก เพชรพิเชษฐ์ ลูกเจ้าแม่สายทอง

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่ศึก RWS 169 เขาเจอไฟต์ที่สูสีที่สุดเท่าที่เคยมี โดยชนะคะแนนแบ่ง ชัยสอ ส.ต้อยปาดรีว ซึ่งเป็นครั้งเดียวจนถึงตอนนี้ที่เขาต้องรอใบคะแนน

11 เมษายน 2569 ยกแรกกับ แสงมณี

คู่ชกในไฟต์ชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นไลต์เวตคือ แสงมณี พีเค.แสนชัย ซึ่งเป็นนักมวยที่ขึ้นเวทีมาแล้วกว่าสองร้อยห้าสิบไฟต์ และเป็นแชมป์ราชดำเนินสี่สมัยในห้ารุ่น

ที่ศึก RWS 189 เขาน็อก แสงมณี ได้ตั้งแต่ยกแรก เข็มขัดไลต์เวตของเวทีที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกีฬานี้จึงเปลี่ยนมือไปอยู่กับนักชกชาวรัสเซียวัยยี่สิบสาม

สิ่งที่จบไฟต์คือเตะเข้าลำตัว และทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีของยกแรก รายงานในเวลานั้นระบุว่าเป็นการน็อกที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีในไฟต์ชิงแชมป์ของ ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์

ตัวเลขที่อยู่ข้างหลังไฟต์นั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาขึ้นเวทีมาหกครั้ง ส่วนคนที่เขาน็อกขึ้นมาแล้วสองร้อยห้าสิบเก้าครั้ง และน้ำหนักชั่งของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งปอนด์

อีกด้านหนึ่งคือเขากลายเป็นชาวรัสเซียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ครองเข็มขัดของเวทีราชดำเนิน และเป็นแชมป์ต่างชาติคนที่ยี่สิบสองของเวทีนี้

การที่นักมวยระดับนั้นถูกจบในยกเดียวไม่ใช่เรื่องที่เกิดบ่อย และเป็นไฟต์ที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักนอกวงคนดูประจำ

29 สิงหาคม 2569 ป้องกันแชมป์ครั้งแรก

ที่ศึก RWS 209 เขาพบ เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ผู้ท้าชิงชาวไทย และน็อกได้ในยกที่สอง

นั่นทำให้เขายังรักษาสถิติไม่แพ้ใครเอาไว้ และยืนยันว่าเข็มขัดใบนั้นไม่ได้มาจากไฟต์เดียวที่ฟลุก

แชมป์ต่างชาติของราชดำเนินไม่ได้มีบ่อย

ตลอดประวัติศาสตร์ของเวทีราชดำเนิน มีนักมวยต่างชาติที่ได้ครองเข็มขัดของเวทีนี้เพียงยี่สิบสองคน และเขาคือคนที่ยี่สิบสองพอดี โดยส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของ ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

ตัวเลขนั้นเป็นภาพสะท้อนว่าเวทีนี้เปิดรับคนนอกมากขึ้นแค่ไหนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเปิดในระดับที่ให้เข็มขัดกันจริง ไม่ใช่แค่ให้ขึ้นชก

ทำไมชื่อของเขาต้องอยู่ในฐานข้อมูลนี้

สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบคือเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะหกไฟต์คือกลุ่มตัวอย่างที่เล็กมากสำหรับเวทีที่คู่ชกมีประสบการณ์หลักร้อยไฟต์กันทั้งนั้น และสไตล์ที่พึ่งการปิดเกมก็จะถูกทดสอบทันทีเมื่อเจอคนที่ไม่ล้ม

เข็มขัดไลต์เวตของเวทีราชดำเนินเป็นของคนไทยมาตลอด จนกระทั่งเดือนเมษายนปีนี้ และคนที่เอาไปคือนักมวยอายุยี่สิบสามจากไซบีเรียที่ชกในเมืองไทยมาได้ไม่ถึงสองปี

และเรื่องของเขาก็เป็นเรื่องของ RWS ด้วย เพราะรายการนี้เปิดประตูให้นักชกต่างชาติเข้ามาชิงเข็มขัดของเวทีเก่าแก่ได้จริง ไม่ใช่แค่มาเป็นคู่ชกประกอบรายการ

ถ้าจะตอบคำถามว่าใครถือเข็มขัดรุ่นนี้อยู่ ฐานข้อมูลต้องมีชื่อเขา และถ้าจะเข้าใจว่าทำไม ก็ต้องอ่านคู่กับหน้าของ แสงมณี พีเค.แสนชัย ที่เสียเข็มขัดใบนี้ไป

CAREER

เส้นทางการชก

  1. 2 ต.ค. 2545

    เกิดที่เมืองโปรโกปเยฟสค์ ประเทศรัสเซีย

  2. 8 พ.ย. 2567

    ชนะทีเคโอ กิ่งแสงเล็ก ต.หลักสอง ที่ศึก ONE Friday Fights 86

  3. ONE Friday Fights 92

    ชนะน็อก ปานพยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์ลุมพินีสามรุ่น

  4. 13 ก.ย. 2568

    น็อก เพชรพิเชษฐ์ ลูกเจ้าแม่สายทอง เปิดตัวที่ศึก RWS 159

  5. 22 พ.ย. 2568

    ชนะคะแนนแบ่ง ชัยสอ ส.ต้อยปาดรีว ที่ศึก RWS 169

  6. 11 เม.ย. 2569

    น็อก แสงมณี พีเค.แสนชัย ยกแรก คว้าแชมป์ราชดำเนินรุ่นไลต์เวต

  7. 29 ส.ค. 2569

    น็อก เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ยกที่สอง ป้องกันแชมป์ครั้งแรก

RECORD

สถิติ

ขอบเขตข้อมูล: มวยไทยอาชีพ เท่าที่มีบันทึก · ตรวจสอบล่าสุด 7 ตุลาคม 2569

6ชนะ
0แพ้
0เสมอ
5ชนะ KO/TKO
6จำนวนการแข่งขันในข้อมูลชุดนี้
FIGHTS

ไฟต์ล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot

NEXT

ไฟต์ต่อไป

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ

NEWS

ข่าวล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้