อังกฤษMuay ThaiKickboxingONE Championshipไลต์เวต (ONE)

จอร์จ จาร์วิส

George Jarvis

“G-Unit”

สัญชาติ
อังกฤษ
ประเภทการแข่งขัน
Muay Thai / Kickboxing
องค์กรที่เกี่ยวข้อง
ONE Championship
สไตล์การชก
มวยฝีมือระยะไกลที่ใช้ความสูง 183 เซนติเมตรคุมระยะ แล้วปิดเกมด้วยหมัด
PROFILE

ประวัติ จอร์จ จาร์วิส

ผู้ท้าชิงที่ขอแก้มือกับคนที่น็อกเขาในหนึ่งนาทียี่สิบสี่วินาที

จอร์จ จาร์วิส (George Jarvis) อายุ 26 ปี สูง 183 เซนติเมตร เป็นนักมวยไทยชาวอังกฤษจากค่าย Lumpini Crawley ฉายา G-Unit และเป็นผู้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต

สถิติในสังกัดของเขาอยู่ที่ชนะ 6 แพ้ 2 โดยชนะน็อกสองครั้ง และหนึ่งในสองไฟต์ที่แพ้คือการโดน รีเกียน เออร์เซล น็อกในยกแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นการแพ้น็อกครั้งแรกในอาชีพของเขา

เริ่มที่ยิมของพ่อ แล้วหายไปเล่นฟุตบอล

เขาเริ่มฝึกการต่อสู้ตั้งแต่อายุสี่ขวบในยิมของพ่อตัวเอง แต่ในอังกฤษกีฬาที่เด็กทุกคนเล่นคือฟุตบอล และเขาก็หันไปทางนั้นเหมือนคนอื่น ทำให้ห่างจากมวยไทยไปหลายปี

เขากลับมาจับนวมอีกครั้งตอนอายุสิบเจ็ด ซึ่งถือว่าช้าสำหรับมาตรฐานของนักมวยไทยที่ขึ้นเวทีกันตั้งแต่ประถม แต่พื้นฐานที่ฝังไว้ตั้งแต่เด็กทำให้เขาไล่ตามทันได้เร็วกว่าที่ควร

เข็มขัด WBC มวยไทย ก่อนจะมาถึงกรุงเทพฯ

ก่อนเข้าสังกัด เขากวาดเข็มขัดจากเวทีชั้นนำทั่วยุโรป ทั้งระดับชาติและนานาชาติ และหนึ่งในนั้นคือแชมป์โลก WBC มวยไทย ซึ่งเป็นสายรัดที่องค์กรมวยไทยระดับโลกรับรอง

สไตล์ของเขาคือมวยฝีมือที่อาศัยความสูง 183 เซนติเมตรกับช่วงแขนยาวคุมระยะเอาไว้ แล้วค่อยปล่อยหมัดเข้าทำเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาในจังหวะที่เขารอ ซึ่งต่างจากมวยบู๊ที่เดินเข้าแลกตั้งแต่ระฆังแรก

แพ้ไฟต์แรกที่ลุมพินี แล้วชนะรวดสามไฟต์

เขาเปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 35 เมื่อเดือนกันยายน 2566 และแพ้ ซึ่งสำหรับนักชกต่างชาติที่บินมาชกบนเวทีไทยเป็นครั้งแรก การแพ้ไฟต์เปิดตัวมักหมายถึงการไม่ได้กลับมาอีก

เขากลับมา และชนะสามไฟต์ติดต่อกัน ทั้งชนะคะแนนในกติกาคิกบ็อกซิง ชนะน็อก รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง ในยกสามที่ศึก ONE ลุมพินี 85 และชนะคะแนนเอกฉันท์ มูชีน ชาฟี ในศึก ONE Fight Night 30

คนที่ 21 ของแพลตฟอร์มลุมพินี

เดือนพฤศจิกายน 2567 เขาได้สัญญานักกีฬา ONE ในฐานะคนที่ 21 ที่ไต่ขึ้นมาจากแพลตฟอร์ม ONE ลุมพินี ซึ่งเป็นเวทีรายสัปดาห์ที่รายการใช้คัดคนเข้าสู่การ์ดระดับโลก

สัญญานั้นแปลว่าเขาเลิกเป็นนักชกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองทุกสัปดาห์ และกลายเป็นนักกีฬาในสังกัดที่ได้ขึ้นการ์ดใหญ่ซึ่งถ่ายทอดในอเมริกาเหนือ

1 นาที 24 วินาที ที่เปลี่ยนทุกอย่าง

เดือนสิงหาคม 2568 เขาได้ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นไลต์เวต กับ รีเกียน เออร์เซล ในศึก ONE Fight Night 34 ซึ่งตั้งชื่ออีเวนต์ตามชื่อทั้งคู่

ไฟต์จบใน 1 นาที 24 วินาทีของยกแรก เออร์เซล น็อกเขาได้แบบเด็ดขาด ป้องกันเข็มขัดสำเร็จเป็นครั้งที่สาม และรับโบนัส 50,000 ดอลลาร์ ส่วนเขากลายเป็นคนที่โดนน็อกเป็นครั้งแรกในอาชีพ

เขาพูดถึงคืนนั้นตรง ๆ ว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองมากกว่าความเก่งของอีกฝ่าย และยอมรับว่าหลังจากนั้นเขาดิ่งทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย ก่อนจะรื้อระบบการซ้อมใหม่ทั้งหมด

สองไฟต์ที่พาเขากลับมา

เขากลับมาด้วยการชนะคะแนนเอกฉันท์ สินสมุทร กลิ่นมี อดีตผู้ท้าชิงเข็มขัดในศึก ONE Fight Night 41 ซึ่งเป็นอีเวนต์ที่ตั้งชื่อตามทั้งคู่เช่นกัน

จากนั้นวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ในศึก ONE Fight Night 44 เขาเจอ รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง เป็นครั้งที่สอง และกดหมัดน็อกในยกสองที่เวลา 1 นาที 59 วินาที หลังจบไฟต์เขาประกาศท้ารีแมตช์กับ เออร์เซล ทันทีบนเวที

จอร์จ จาร์วิส ปล่อยหมัดใส่ รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง ในศึก ONE Fight Night 44
26 มิถุนายน 2569 ไฟต์ที่สองกับ รุ่งราวี และการน็อกครั้งที่สองของเขาเหนือคู่ชกคนเดิมภาพ: ONE Championship (ภาพต้นฉบับ) · MuaySpot (จัดองค์ประกอบและคำบรรยายบนภาพ)

ชื่อที่เชื่อมสองคนนี้เข้าหากันคือ รุ่งราวี

สิ่งที่ทำให้ไฟต์รีแมตช์นี้มีเหตุผลมากกว่าแค่คำท้า คือชื่อของ รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง นักชกไทยที่ทั้งคู่เคยเจอ

เออร์เซล ชนะ รุ่งราวี ด้วยคะแนนเอกฉันท์ในกติกาคิกบ็อกซิงเมื่อเดือนเมษายน 2569 เพื่อคว้าเข็มขัดที่ว่างอยู่ ส่วน จาร์วิส ปิดเกม รุ่งราวี ได้ทั้งสองครั้งที่เจอกัน แม้จะคนละกติกาก็ตาม จึงเป็นข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายหยิบมาใช้ได้คนละมุม

จอร์จ จาร์วิส เดินออกจากมุมหลังปิดเกม รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง ในยกสอง
คืนที่เขาเดินลงจากเวทีแล้วประกาศท้ารีแมตช์กับแชมป์โลกทันทีภาพ: ONE Championship (ภาพต้นฉบับ) · MuaySpot (จัดองค์ประกอบและคำบรรยายบนภาพ)

2 ตุลาคม 2569 ที่เวทีลุมพินี

เขามีคิวขึ้นชิงเข็มขัดกับ เออร์เซล อีกครั้งในศึก The Inner Circle 33 วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา ซึ่งเป็นการป้องกันเข็มขัดมวยไทยครั้งที่สี่ของแชมป์

เออร์เซล มีสถิติชนะ 14 จาก 15 ไฟต์ในสังกัด และถือเข็มขัดทั้งมวยไทยและคิกบ็อกซิงในรุ่นเดียวกัน ส่วน จาร์วิส บอกว่าไฟต์นี้สำหรับเขาคือการสู้กับตัวเองมากกว่าสู้กับคู่ต่อสู้ เพราะสิ่งที่ต้องแก้คือสิ่งที่เขาทำพลาดเอง

ทำไมชื่อของเขาควรอยู่ในฐานข้อมูลไทย

เขาไม่ใช่นักชกต่างชาติที่บินมาชกครั้งเดียวแล้วหายไป ไฟต์ส่วนใหญ่ในอาชีพช่วงหลังของเขาเกิดขึ้นบนเวทีในกรุงเทพฯ คู่ต่อสู้ของเขาคือนักมวยไทยชื่อดัง และค่ายที่เขาสังกัดในอังกฤษก็ตั้งชื่อตามเวทีลุมพินี

นอกสังเวียน เขาเป็นเพื่อนกับแร็ปเปอร์อังกฤษ French the Kid ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่บอกว่านักมวยไทยรุ่นใหม่จากยุโรปเติบโตมาในโลกคนละแบบกับนักชกที่โตมาในค่ายต่างจังหวัดของไทย แต่มาจบลงที่เวทีเดียวกัน

CAREER

เส้นทางการชก

  1. อายุ 4 ขวบ

    เริ่มฝึกการต่อสู้ในยิมของพ่อ ก่อนหันไปเล่นฟุตบอลหลายปี

  2. อายุ 17 ปี

    กลับมาซ้อมมวยไทยจริงจัง และกวาดเข็มขัดจากเวทีทั่วยุโรป

  3. ก.ย. 2566

    เปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 35 และแพ้ไฟต์แรก

  4. ONE ลุมพินี 85

    ชนะน็อก รุ่งราวี ศิษย์สองพี่น้อง ในยกสาม

  5. พ.ย. 2567

    คว้าสัญญานักกีฬา ONE เป็นคนที่ 21 จากแพลตฟอร์ม ONE ลุมพินี

  6. ส.ค. 2568

    แพ้น็อก รีเกียน เออร์เซล ยกแรก ในไฟต์ชิงแชมป์โลกครั้งแรก

  7. ONE Fight Night 41

    ชนะคะแนนเอกฉันท์ สินสมุทร กลิ่นมี

  8. 26 มิ.ย. 2569

    ชนะน็อก รุ่งราวี ยกสอง ที่ศึก ONE Fight Night 44 แล้วท้ารีแมตช์ทันที

  9. 2 ต.ค. 2569

    มีคิวชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย ไลต์เวต กับ รีเกียน เออร์เซล ที่เวทีลุมพินี

RECORD

สถิติ

ขอบเขตข้อมูล: ONE Championship · ตรวจสอบล่าสุด 2 ตุลาคม 2569

6ชนะ
2แพ้
0เสมอ
2ชนะ KO/TKO
8จำนวนการแข่งขันในข้อมูลชุดนี้
FIGHTS

ไฟต์ล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot

NEXT

ไฟต์ต่อไป

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ

NEWS

ข่าวล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้