น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท
Knockout CP Freshmart
- ชื่อจริง
- ธรรมนูญ นิยมตรง
- วันเกิด
- 20 กันยายน 2533
- สัญชาติ
- ไทย
- จังหวัด / ประเทศ
- อำเภอเมืองสุรินทร์, สุรินทร์, ไทย
- ประเภทการแข่งขัน
- Boxing / Muay Thai
- สไตล์การชก
- มวยสากลสายคุมเกม ใช้การเข้าคลุกและเก็บแต้มครบยก ชนะคะแนนมากกว่าชนะน็อก
ประวัติ น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท
จากเวทีมวยไทยรุ่นร้อยห้าปอนด์ มาเป็นแชมป์โลกสองรุ่น
น็อคเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท (Knockout CP Freshmart) ชื่อจริง ธรรมนูญ นิยมตรง เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2533 ที่อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สูง 152 เซนติเมตร และชกมวยสากลด้วยการ์ดปกติ
เขาเคยครองเข็มขัด WBA รุ่นมินิฟลายเวตตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2567 แล้วขึ้นไปคว้าแชมป์ WBC รุ่นไลต์ฟลายเวตในปลายปี 2568 สถิติอาชีพของเขาอยู่ที่ชนะ 30 แพ้ 2 จาก 32 ไฟต์ โดยชนะน็อก 11 ครั้ง
ชื่อ นิวลูกรัก ก่อนจะกลายเป็น น็อคเอาท์
ก่อนเข้าสู่วงการมวยสากล เขาชกมวยไทยในชื่อ นิวลูกรัก ปกรณ์พรสุรินทร์ และ นิวลูกรัก ส.กัตติกา คว้าแชมป์ทั้งเวทีราชดำเนินและเวทีลุมพินีในรุ่น 105 ปอนด์ ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กที่สุดรุ่นหนึ่งของเวทีมาตรฐาน
นอกจากเวทีอาชีพ เขายังเป็นแชมป์มวยสากลสมัครเล่นระดับประเทศของไทยด้วย ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อในสังเวียนตามชื่อผู้สนับสนุนคือ ซีพีเฟรชมาร์ท ร้านค้าปลีกในเครือเจริญโภคภัณฑ์
ไฟต์เปิดตัวอาชีพที่ลงไปคว้าเข็มขัดมาเลย
วันที่ 22 มิถุนายน 2555 เขาขึ้นชกมวยสากลอาชีพเป็นครั้งแรกในชีวิต และไฟต์นั้นไม่ใช่ไฟต์อุ่นเครื่อง เพราะเป็นการชิงแชมป์เยาวชนโลก WBC รุ่นมินิฟลายเวตที่ว่างอยู่
เขาเอาชนะ มาร์ซอน กาบียา ด้วยการตัดสินทางเทคนิคในยกที่หก จากนั้นป้องกันเข็มขัดใบนั้นไว้ได้ติดต่อกันเจ็ดครั้งแล้วสละตำแหน่งเอง เพื่อขยับขึ้นไปหาเข็มขัดที่ใหญ่กว่า
สองไฟต์กับ คาร์ลอส บุยตราโก ที่พาไปถึงเข็มขัดใบจริง
วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เขาเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ คาร์ลอส บุยตราโก ด้วยสกอร์ 115-113 เท่ากันทั้งสามใบ คว้าแชมป์โลกเฉพาะกาลของ WBA ในรุ่นมินิฟลายเวต
การป้องกันครั้งแรกเขาพบ มูฮัมหมัด รัคมัน อดีตแชมป์โลกสองสมัยวัยสี่สิบสี่ปี และชนะคะแนนขาด ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 เขาชนะทีเคโอ อาเล็กซิส ดิอัซ หลังส่งคู่ชกลงไปนอนสองครั้ง เดือนเมษายน 2559 เขาชนะ บุยตราโก อีกครั้งด้วยคะแนนที่ห่างกว่าเดิม จน WBA สั่งให้เขาขึ้นไปพบแชมป์ตัวจริงของรุ่น
29 มิถุนายน 2559 ที่ขอนแก่น
คู่ชกคือ ไบรอน โรฮาส ชาวนิการากัว ที่เพิ่งเอาชนะ เฮกกี บัดเลอร์ แชมป์ WBA ซูเปอร์ มาครองเข็มขัดใบเต็มของรุ่น ไฟต์นี้จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น
เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ 115-113 ทั้งสามใบ และกลายเป็นแชมป์โลก WBA รุ่นมินิฟลายเวตตัวจริงเมื่ออายุยี่สิบห้าปี
เข็มขัดที่ได้มาจากไฟต์ที่คนดูไม่อยากดูซ้ำ
ไฟต์นั้นถูกวิจารณ์กว้างขวางว่าน่าเบื่อ เพราะเขาเลือกเข้าคลุกและล็อกคู่ต่อสู้แทบทั้งไฟต์เพื่อตัดจังหวะหมัดของอีกฝ่าย เป็นวิธีที่ได้ผลแต่ไม่สนุก และกลายเป็นภาพจำของเขาตลอดรัชสมัย เพราะเขาชนะคะแนนสิบเก้าครั้งแต่ชนะน็อกเพียงสิบเอ็ดครั้ง
สิบเอ็ดครั้งที่เข็มขัดไม่หลุดจากเอว
ธันวาคม 2559 เขาชนะคะแนน ชิน โอโนะ แล้วในวันที่ 1 มีนาคม 2560 เขาน็อก โง โอไดระ ในยกที่ห้า ซึ่งเป็นการป้องกันแชมป์ที่จบด้วยการนับสิบครั้งเดียวในรัชสมัยนี้
หลังจากนั้นเป็นชัยชนะคะแนนต่อเนื่อง เรย์ ลอเรโต ในเดือนกรกฎาคม 2560 และ โตโต ลันเดโร ในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งสื่อมวยต่างชาติบรรยายว่าเป็นไฟต์ที่ทั้งคู่สนใจการฟาวล์มากกว่าการออกหมัด
เดือนสิงหาคม 2562 เขาชนะ อาร์อาร์ อันดาเลส ด้วยการตัดสินทางเทคนิคในยกที่แปด หลังศีรษะชนกันจนเกิดบาดแผล และวันที่ 3 มีนาคม 2563 เขาชนะคะแนน โนริฮิโตะ ทานากะ ระหว่างทางนี้เขาถูกเลื่อนขึ้นเป็นแชมป์ WBA ซูเปอร์ และป้องกันเข็มขัดใบนี้ไว้ได้สิบเอ็ดครั้ง
16 พฤศจิกายน 2567 ที่ริยาด
หลังชกอาชีพมายี่สิบห้าไฟต์โดยไม่เคยแพ้ใคร เขาเดินทางไปกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อพบ ออสการ์ โกลลาโซ นักชกชาวเปอร์โตริโก
โกลลาโซ หยุดเขาได้ในยกที่เจ็ด นั่นคือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในอาชีพ และเป็นการปิดรัชสมัยแชมป์โลกที่ยืนยาวกว่าแปดปี คืนนั้นเขาอายุสามสิบสี่ปี
กลับมาคว้าเข็มขัดโลกใบที่สองในรุ่นที่ใหญ่ขึ้น
ปี 2568 เขาเริ่มใหม่จากไฟต์ในประเทศ ชนะน็อก ณัฐพล วิชัยธา ยกที่สามในเดือนเมษายน ชนะคะแนน โรลันด์ โตโยกอน คว้าแชมป์ WBC เอเชียรุ่นมินิฟลายเวตในเดือนพฤษภาคม และชนะทีเคโอ สายชล วงศ์ไว ยกที่สี่ในเดือนสิงหาคม
วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ เขาเอาชนะคะแนนครบสิบสองยก จูเนียร์ เลอันโดร ซาราเต คว้าแชมป์โลก WBC รุ่นไลต์ฟลายเวตที่ว่างอยู่ กลายเป็นแชมป์โลกสองรุ่นเมื่ออายุสามสิบห้าปี
เสียเข็มขัดที่โยโกฮามา แล้วเริ่มใหม่ที่ชลบุรี
วันที่ 15 มีนาคม 2569 เขาไปป้องกันแชมป์กับ โชคิจิ อิวาตะ ที่โยโกฮามา บุนไต ประเทศญี่ปุ่น และแพ้ในยกที่แปด ผลเดิมถูกบันทึกเป็นการตัดสินทางเทคนิคเอกฉันท์ ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นทีเคโอในภายหลัง
เขากลับขึ้นเวทีอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี เอาชนะคะแนนครบยก เจิง ยู่เจี๋ย คว้าแชมป์ WBC เอเชียรุ่นไลต์ฟลายเวตที่ว่างอยู่ นั่นคือไฟต์ล่าสุดในอาชีพของเขา
ทำไมชื่อของเขาต้องอยู่ในฐานข้อมูลนี้
รุ่นมินิฟลายเวตคือรุ่นที่เล็กที่สุดของมวยสากลอาชีพ และเป็นรุ่นที่นักชกไทยครองเข็มขัดโลกต่อเนื่องมาหลายทศวรรษโดยคนดูในประเทศแทบไม่รู้ตัว เขาถือเข็มขัดใบนั้นไว้นานกว่าแปดปี
ที่น่าสังเกตกว่านั้นคือเขาไม่ได้หายไปหลังแพ้ครั้งแรกตอนอายุสามสิบสี่ แต่ลดระดับลงมาชกในประเทศ แล้วไต่กลับขึ้นไปคว้าเข็มขัดโลกใบที่สองภายในสิบสามเดือน ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่นักมวยรุ่นเล็กวัยนั้นทำได้บ่อย
เส้นทางการชก
- 20 ก.ย. 2533
เกิดที่อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
- ก่อนปี 2555
ชกมวยไทยในชื่อ นิวลูกรัก คว้าแชมป์ลุมพินีและราชดำเนินรุ่น 105 ปอนด์
- 22 มิ.ย. 2555
ชนะ มาร์ซอน กาบียา คว้าแชมป์เยาวชนโลก WBC ในไฟต์เปิดตัวอาชีพ
- 1 ต.ค. 2557
ชนะคะแนน คาร์ลอส บุยตราโก คว้าแชมป์โลกเฉพาะกาล WBA
- 29 มิ.ย. 2559
ชนะคะแนน ไบรอน โรฮาส ที่ขอนแก่น เป็นแชมป์โลก WBA ตัวจริง
- 1 มี.ค. 2560
น็อก โง โอไดระ ยกที่ห้า ในการป้องกันแชมป์
- 3 มี.ค. 2563
ชนะคะแนน โนริฮิโตะ ทานากะ ก่อนขึ้นเป็นแชมป์ WBA ซูเปอร์
- 16 พ.ย. 2567
แพ้ทีเคโอยกที่เจ็ดให้ ออสการ์ โกลลาโซ ที่ริยาด เป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรก
- 4 ธ.ค. 2568
ชนะคะแนน จูเนียร์ เลอันโดร ซาราเต คว้าแชมป์โลก WBC รุ่นไลต์ฟลายเวต
- 15 มี.ค. 2569
แพ้ โชคิจิ อิวาตะ ยกที่แปด ที่โยโกฮามา เสียเข็มขัด WBC
- 5 ส.ค. 2569
ชนะคะแนน เจิง ยู่เจี๋ย ที่ชลบุรี คว้าแชมป์ WBC เอเชียรุ่นไลต์ฟลายเวต
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: มวยสากลอาชีพ · ตรวจสอบล่าสุด 6 ตุลาคม 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้