มาซาอากิ โนอิริ
Masaaki Noiri
- วันเกิด
- 11 พฤษภาคม 2536
- สัญชาติ
- ญี่ปุ่น
- จังหวัด / ประเทศ
- นาโกย่า, ญี่ปุ่น
- ประเภทการแข่งขัน
- Kickboxing / Karate
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ONE Championship / K-1
- สไตล์การชก
- มวยหมัดหนักที่จบเกมได้เสมอเมื่อชนะ และไปถึงกรรมการทุกครั้งที่แพ้
ประวัติ มาซาอากิ โนอิริ
เด็กที่โดนแกล้งในนาโกย่า
มาซาอากิ โนอิริ (Masaaki Noiri) เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2536 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น สูง 175 เซนติเมตร ชกในรุ่นเฟเธอร์เวตคิกบ็อกซิงของ ONE Championship และสังกัดค่าย Team Vasileus
เรื่องเริ่มต้นของเขาเหมือนกับนักสู้อีกหลายคน คือตอนเป็นนักเรียนเขาถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกาย จนต้องหันมาฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าแตะเขาอีก
สิ่งที่เขาเริ่มคือคาราเต้ เขาถือสายดำชินคาราเต้และเคยเป็นแชมป์เยาวชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในสายนั้น ก่อนจะย้ายไปทางคิกบ็อกซิงในเวลาต่อมา
ผ่านคัดตัว K-1 ตั้งแต่สิบสามขวบ
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 ตอนอายุเพียงสิบสามปี เขาเข้าร่วมการคัดตัวของ K-1 องค์กรคิกบ็อกซิงที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และถูกเลือกเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ
ปี 2552 เขาคว้าแชมป์ K-2 Lightweight Grand Prix ของสหพันธ์คาราเต้ญี่ปุ่นใหม่ แล้วขึ้นชกใต้ชายคา K-1 เป็นครั้งแรกในรายการเยาวชนอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ซึ่งเขาน็อกคู่ต่อสู้ด้วยเข่าในยกเปิด
สิบสามปีในระบบ K-1 กับเข็มขัดสองรุ่น
เขาเทิร์นโปรและใช้เวลาสิบสามปีต่อมาอยู่ในระบบ K-1 จนคว้าเข็มขัดมาได้สองรุ่นน้ำหนัก คือแชมป์ K-1 World GP รุ่นซูเปอร์ไลต์เวตระหว่างปี 2560 ถึง 2561 และแชมป์ K-1 World GP รุ่นเวลเตอร์เวตระหว่างปี 2564 ถึง 2567
ระหว่างนั้นเขายังคว้าแชมป์ K-1 World Welterweight Grand Prix ปี 2564 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์แบบชกหลายไฟต์ในคืนเดียวที่เป็นรูปแบบดั้งเดิมของรายการนี้
ค่ายเดียวกับ ยูกิ โยซะ
ตั้งแต่ปี 2565 เขาอยู่กับค่าย Team Vasileus ซึ่งเป็นค่ายเดียวกับ ยูกิ โยซะ อดีตแชมป์โลก K-1 รุ่นไลต์เวตที่ชนะ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 ในศึก ONE 173
ก่อนหน้านั้นเขาผ่านมาแล้วสามค่าย ตั้งแต่ Oishi Gym ตอนเด็ก แล้ว K-1 Gym Ebisu และ K-1 Gym KREST ซึ่งเป็นเส้นทางปกติของนักชกญี่ปุ่นที่โตมาในระบบยิมของรายการ
เข้า ONE แล้วแพ้สองไฟต์แรก
เขาเซ็นสัญญากับ ONE ในปี 2567 และการเปิดตัวไม่ได้สวยอย่างที่ดีกรีแชมป์ K-1 สองรุ่นควรจะเป็น ไฟต์แรกเขาแพ้คะแนนเอกฉันท์ สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ในศึก ONE 167
ไฟต์ที่สองเขาแพ้คะแนนเอกฉันท์อีกครั้งให้ หลิว เมิงหยาง นักชกจีน ในศึก ONE ลุมพินี 92 ทำให้เขาเริ่มต้นในสังกัดใหม่ด้วยสถิติ 0-2 ซึ่งเป็นจุดที่นักชกหลายคนไม่ได้กลับมา
สิบสี่วินาทีที่เปลี่ยนทิศทาง
ไฟต์ที่สามของเขาในสังกัดคือการเจอ ชากีร์ แอล เตครีติ นักชกอิรัก ในศึก ONE 170 และคราวนี้เขาไม่รอ เขาน็อกคู่ต่อสู้ภายใน 14 วินาทีของยกสอง
นั่นคือไฟต์ที่เปลี่ยนทิศทางทั้งหมด เพราะมันเตือนรายการว่าคนที่เพิ่งแพ้สองไฟต์ติดคือคนเดียวกับที่ถือเข็มขัด K-1 มาสองรุ่น
สิ่งที่อธิบายสองไฟต์แรกได้คือกติกาและขนาดเวที คิกบ็อกซิงของ ONE ใช้นวมสี่ออนซ์แบบ MMA และอนุญาตให้จับคอตีเข่าได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งต่างจากระบบ K-1 ที่เขาอยู่มาสิบสามปีพอสมควร
มีนาคม 2568 คืนที่เขาหยุด ตะวันฉาย
ในศึก ONE 172 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 เขาได้ชิงเข็มขัดแชมป์โลกเฉพาะกาลรุ่นเฟเธอร์เวตคิกบ็อกซิงกับ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย นักชกไทยที่ถือเข็มขัดมวยไทยรุ่นเดียวกันอยู่
เขาชนะทีเคโอในยกสามที่เวลา 1 นาที 55 วินาที ซึ่งเป็นผลที่คนดูไทยไม่ได้คาดไว้ และทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกเฉพาะกาลของรุ่น ต่อหน้าแฟน ๆ ในบ้านเกิดตัวเอง

ห้ายกกับ ซุปเปอร์บอน ที่โตเกียว
เดือนพฤศจิกายน 2568 ในศึก ONE 173 ที่ใช้ชื่อคู่ของเขากับ ซุปเปอร์บอน เป็นชื่อรายการ ทั้งคู่ชกกันเพื่อรวมเข็มขัดให้เหลือเส้นเดียว
เขาแพ้คะแนนเอกฉันท์หลังครบห้ายก ซึ่งเป็นไฟต์ที่ ซุปเปอร์บอน เองบอกหลังจบว่าเป็นไฟต์ที่สนุก และเป็นคืนเดียวกับที่ ยูกิ โยซะ เพื่อนร่วมค่ายของเขาเอาชนะ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9
กลับมาแก้แค้นในยกแรก
ไฟต์ล่าสุดของเขาคือการกลับไปเจอ หลิว เมิงหยาง อีกครั้งในศึก ONE ซามูไร 2 และคราวนี้ไม่ต้องรอคำตัดสิน เขาน็อกจบในยกแรกที่เวลา 2 นาที 59 วินาที
นั่นทำให้สถิติในสังกัดของเขาอยู่ที่ชนะ 3 แพ้ 3 และลบหนึ่งในสองความพ่ายแพ้ช่วงต้นออกไปได้

ตัวเลขที่อ่านง่ายที่สุดในรุ่น
สถิติของเขามีรูปแบบที่ชัดจนน่าแปลก คือทั้งสามไฟต์ที่ชนะจบก่อนครบยกทั้งหมด เป็นอัตราปิดเกม 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทั้งสามไฟต์ที่แพ้ไปถึงกรรมการและแพ้คะแนนเอกฉันท์ทุกครั้ง
แปลว่าเขาไม่เคยถูกน็อกในสังกัดนี้ และไม่เคยชนะด้วยคะแนนเลย เวลาเฉลี่ยต่อไฟต์ 9 นาที 51 วินาทีก็มาจากไฟต์ห้ายกสองไฟต์ที่ถ่วงค่าเฉลี่ยขึ้น
สำหรับคนดูไทย ชื่อของเขาผูกกับนักชกไทยสามคนในหกไฟต์ ทั้ง สิทธิชัย ที่เอาชนะเขาได้ ตะวันฉาย ที่เขาหยุดได้ และ ซุปเปอร์บอน ที่หยุดเขาไว้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่บอกว่ารุ่นนี้ยังเป็นรุ่นของนักชกจากประเทศนี้อยู่
ในภาพรวมนอกสังกัด สถิติคิกบ็อกซิงอาชีพของเขาอยู่ที่ชนะ 52 แพ้ 14 โดยชนะน็อก 28 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนไฟต์ที่มากกว่านักชกต่างชาติส่วนใหญ่ในรุ่นเดียวกันหลายเท่า
และเขาเพิ่งอายุสามสิบสาม ซึ่งในคิกบ็อกซิงญี่ปุ่นถือว่าอยู่ในช่วงท้ายของจุดสูงสุด แต่ยังไม่ใช่จุดที่ต้องนับถอยหลัง โดยเฉพาะกับคนที่ยังปิดเกมได้ทุกครั้งที่ชนะ
เส้นทางการชก
- 11 พ.ค. 2536
เกิดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
- 25 ก.พ. 2550
ผ่านการคัดตัวของ K-1 ตอนอายุ 13 ปี
- ปี 2560-2561
แชมป์ K-1 World GP รุ่นซูเปอร์ไลต์เวต
- ปี 2564
ชนะเลิศ K-1 World Welterweight Grand Prix และคว้าเข็มขัดรุ่นเวลเตอร์เวต
- ปี 2567
เซ็นสัญญากับ ONE และแพ้สองไฟต์แรกให้ สิทธิชัย และ หลิว เมิงหยาง
- ONE 170
น็อก ชากีร์ แอล เตครีติ ภายใน 14 วินาทีของยกสอง
- มี.ค. 2568
ชนะทีเคโอ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย คว้าเข็มขัดเฉพาะกาลที่ศึก ONE 172
- พ.ย. 2568
แพ้คะแนน ซุปเปอร์บอน ในศึกรวมเข็มขัดที่ ONE 173
- ONE ซามูไร 2
น็อก หลิว เมิงหยาง ยกแรก แก้ตัวจากความพ่ายแพ้ครั้งก่อน
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: ONE Championship · ตรวจสอบล่าสุด 5 ตุลาคม 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้
