น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย
Nong-O Hama
- วันเกิด
- 10 พฤศจิกายน 2529
- สัญชาติ
- ไทย
- จังหวัด / ประเทศ
- สกลนคร, ไทย
- ประเภทการแข่งขัน
- Muay Thai
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ONE Championship
- สไตล์การชก
- มวยฝีมือที่อ่านเกมแม่น เก็บแต้มด้วยเข่ากับหมัด แล้วปิดด้วยหมัดซ้ายหนัก
ประวัติ น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย
ตำนานที่ยังไม่ยอมลงจากเวที
น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย (Nong-O Hama) เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2529 ที่จังหวัดสกลนคร อายุ 39 ปี สูง 171 เซนติเมตร ช่วงชก 172 เซนติเมตร และขึ้นชกมวยไทยครั้งแรกตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ทุกวันนี้เขายังอยู่ในสิบอันดับแรกของรุ่นฟลายเวตมวยไทย ONE และเพิ่งถูกเรียกชื่อเข้าร่วมศึก ONE Flyweight Muay Thai World Grand Prix 2026
ตัวเลขที่อธิบายเขาได้ดีที่สุดคือสถิติมวยไทยตลอดอาชีพ ชนะ 268 แพ้ 59 เสมอ 10 จากการขึ้นชกราว 337 ไฟต์ นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นจำนวนไฟต์ที่นักชกยุคนี้แทบไม่มีโอกาสทำได้อีกแล้ว
จากสกลนคร สู่เข็มขัดลุมพินีสี่รุ่น
ก่อนจะเป็นชื่อระดับโลก เขาเดินสายเวทีมาตรฐานในกรุงเทพฯ ด้วยชื่อ น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว และคว้าแชมป์เวทีลุมพินีได้ถึงสี่รุ่น เริ่มจากรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต 122 ปอนด์ ในปี 2549 ตามด้วยเฟเธอร์เวต 126 ปอนด์ ปี 2550 ซูเปอร์เฟเธอร์เวต 130 ปอนด์ ปี 2552 ซึ่งเขาป้องกันได้อีกสามครั้ง และไลต์เวต 135 ปอนด์ ปี 2556 ก่อนจะเก็บแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นไลต์เวตเพิ่มในปี 2557
ระหว่างทางเขาได้รางวัลนักมวยยอดเยี่ยมจากการกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยในปี 2548 และนักมวยยอดเยี่ยมของเวทีลุมพินีในปี 2553 ค่ายที่เขาผ่านมาตั้งแต่ ส.อ๋อ, เพชรยินดีอะคาเดมี, Evolve MMA ที่สิงคโปร์ จนถึงฮาม่ามวยไทยและซุปเปอร์บอน เทรนนิง แคมป์ในปัจจุบัน
หายไปสามปี แล้วกลับมาเป็นแชมป์โลกคนแรกของรุ่น
ช่วงปี 2558 ถึง 2561 เขาเกือบหยุดชกไปเลย เพราะไปรับงานเป็นครูมวยให้ Evolve MMA ที่สิงคโปร์ จนกระทั่ง ONE เปิดกติกามวยไทยเต็มรูปแบบในปี 2561 เขาจึงกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในวัยสามสิบต้น ๆ
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 ในศึก ONE Championship: Clash of Legends ที่กรุงเทพฯ เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮั่น จื่อเฮา คว้าแชมป์โลก ONE มวยไทยรุ่นแบนตัมเวตคนแรกของรายการ
เจ็ดครั้งที่ป้องกันเข็มขัดไว้ได้
หลังจากนั้นคือการป้องกันแชมป์เจ็ดครั้งติดต่อกัน ชนะคะแนน ฮิโรอากิ ซูซูกิ และ บริซ เดลวาล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการปิดเกมล้วน ๆ ทั้งน็อก เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ ยกสี่, น็อก รถเหล็ก พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ยกสาม, น็อก เฟลิเป โลโบ ยกสาม, น็อก เลียม แฮร์ริสัน ยกแรก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2565 และปิดท้ายด้วยการน็อก อลาแวร์ดี รามาซานอฟ ยกสาม ในเดือนมกราคม 2566
ยกแรกที่เปลี่ยนทุกอย่าง
วันที่ 22 เมษายน 2566 ในศึก ONE Fight Night 9 เข็มขัดที่เขาถือมาสี่ปีหลุดมือในยกแรก เมื่อ โจนาธาน แฮกเกอร์ตี้ ปล่อยหมัดเข้าเป้าจนกรรมการยุติการชก เป็นการแพ้น็อกครั้งแรกในรอบหลายปีของเขา และเปิดยุคใหม่ของรุ่นแบนตัมเวตมวยไทยไปพร้อมกัน
ปลายปีเดียวกันเขายังแพ้น็อกยกสองให้ นิโค คาร์ริลโล ในเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นไฟต์ที่ทำให้ชื่อของนักชกสกอตแลนด์คนนั้นดังขึ้นทั้งวงการ
ลงมาฟลายเวตแล้วเจอ ก้องธรณี สามครั้ง
เขาแก้ตัวได้ด้วยการชนะคะแนน กุลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย ในเดือนเมษายน 2567 ก่อนจะแพ้คะแนน เคียมรัน นาบาติ ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน จากนั้นตัดสินใจลงมาชกรุ่นฟลายเวต และเจอกับ ก้องธรณี ส.สมหมาย ถึงสามครั้ง แพ้คะแนนแบ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ชนะคะแนนเอกฉันท์คืนในเดือนพฤษภาคม 2568 แล้วชนะคะแนนเอกฉันท์อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2569

ไฟต์ชิงเข็มขัดที่ว่างกับนักชกอายุ 23
วันที่ 20 มีนาคม 2569 เขาได้ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตที่ว่างอยู่กับ อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ นักชกดาเกสถานที่อายุน้อยกว่าเขาสิบหกปี ผลคือเขาถูกชุดหมัดปิดท้ายด้วยฮุคซ้ายน็อกในยกสอง ส่วนคู่ต่อสู้ก็ไม่ได้เข็มขัดเช่นกันเพราะทำน้ำหนักไม่ผ่าน
สามเดือนต่อมาเขากลับมาชนะคะแนนเอกฉันท์ ก้องธรณี อีกครั้งในคืนเดียวกับที่เข็มขัดเส้นนั้นถูกนำมาชิงใหม่ และยืนอยู่ในอันดับสามของรุ่นฟลายเวตมวยไทยเมื่อถึงเดือนกันยายน 2569
ที่ยืนของเขาในกริดปรีซ์
วันที่ 23 กันยายน 2569 ONE ประกาศรายชื่อแปดคนของศึก ONE Flyweight Muay Thai World Grand Prix 2026 ที่จะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน และชื่อของเขาอยู่ในนั้นร่วมกับ รถถัง จิตรเมืองนนท์, แบล็คแพนเธอร์, อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ, อัสลามจอน ออร์ติคอฟ, ชิมอน โยชินาริ, รามาดาน ออนดาช และ อูเบด ฮัสเซน
ในบรรดาแปดคนนั้น เขาเป็นคนที่อายุมากที่สุดและเป็นคนเดียวที่เคยถือเข็มขัดโลกมาแล้วในรุ่นที่ใหญ่กว่านี้ คู่แข่งครึ่งหนึ่งในสายอายุน้อยกว่าเขายี่สิบปี ซึ่งเป็นภาพที่อธิบายได้ดีว่าทำไมชื่อของเขายังอยู่ในทุกบทสนทนาเรื่องมวยไทยระดับโลก
สิ่งที่ยังไม่ประกาศคือสายการแข่งขัน วันชกของแต่ละรอบ สนามที่ใช้ และรางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับ รายการบอกเพียงว่าจะทยอยเปิดเผยตามลำดับ ซึ่งแปลว่าคู่แรกของเขาจะเป็นใครยังไม่มีใครรู้จนกว่าจะถึงวันประกาศสาย
อ่านจากฟอร์มล่าสุด เขายังเหลืออะไรอยู่บ้าง
ข้อมูลที่ใช้ตอบคำถามนี้ได้ตรงที่สุดคือสามไฟต์หลังสุดของเขาเอง เขาแพ้น็อกให้นักชกที่อายุน้อยกว่าสิบหกปีเมื่อเดือนมีนาคม แต่กลับมาเอาชนะคะแนนเอกฉันท์นักชกอันดับต้นของรุ่นได้ในอีกสามเดือนต่อมา นั่นคือภาพของนักมวยที่ยังอ่านเกมได้เท่าเดิม แต่รับหมัดหนักได้น้อยลงกว่าเมื่อก่อน

ในทัวร์นาเมนต์ที่ต้องชนะติดกันหลายไฟต์ในเวลาไม่นาน ข้อได้เปรียบเรื่องประสบการณ์กับข้อเสียเปรียบเรื่องอายุจะถูกวัดพร้อมกัน และนี่คือเหตุผลที่ชื่อของเขาเป็นชื่อที่คนถกเถียงกันมากที่สุดในแปดคน
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือเขาเป็นนักชกที่เคยชนะสองร้อยหกสิบแปดไฟต์มาแล้วในยุคที่ต้องขึ้นเวทีเดือนละหลายครั้ง ร่างกายผ่านงานหนักมาไกลกว่าคู่แข่งทุกคนในสาย และนั่นคือทั้งเหตุผลที่เขามาถึงจุดนี้ได้ และเหตุผลที่คนตั้งคำถามว่าเขาจะไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน
เส้นทางการชก
- 10 พ.ย. 2529
เกิดที่จังหวัดสกลนคร ขึ้นชกไฟต์แรกตอนอายุ 9 ขวบ
- 2549–2556
คว้าแชมป์เวทีลุมพินีสี่รุ่น ตั้งแต่ 122 ถึง 135 ปอนด์
- ปี 2557
คว้าแชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่นไลต์เวต
- 16 ก.พ. 2562
ชนะ ฮั่น จื่อเฮา คว้าแชมป์โลก ONE แบนตัมเวตมวยไทยคนแรก
- 27 ส.ค. 2565
น็อก เลียม แฮร์ริสัน ยกแรก ป้องกันแชมป์ครั้งที่หก
- 22 เม.ย. 2566
แพ้น็อกยกแรกให้ โจนาธาน แฮกเกอร์ตี้ เสียเข็มขัด
- 20 มี.ค. 2569
ชิงแชมป์ฟลายเวตที่ว่าง แพ้น็อกยกสองให้ อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ
- 26 มิ.ย. 2569
ชนะคะแนนเอกฉันท์ ก้องธรณี ส.สมหมาย เป็นครั้งที่สาม
- 23 ก.ย. 2569
ถูกประกาศชื่อเข้าร่วมกริดปรีซ์ฟลายเวตมวยไทย 2026
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: ONE Championship · ตรวจสอบล่าสุด 24 กันยายน 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้
