ไทยMuay ThaiONE ChampionshipRWSไลต์เวต (135 ปอนด์)

แสงมณี พีเค.แสนชัย

Sangmanee PK Saenchai

“ทารกเงินล้าน”

ชื่อจริง
พงศกร สิทธิเดช
วันเกิด
20 มีนาคม 2540
สัญชาติ
ไทย
จังหวัด / ประเทศ
อำเภอมัญจาคีรี, ขอนแก่น, ไทย
ประเภทการแข่งขัน
Muay Thai
องค์กรที่เกี่ยวข้อง
ONE Championship / RWS
สไตล์การชก
มวยฝีมือถนัดซ้าย อ่านเกมและแก้ทางคู่ต่อสู้ ชนะคะแนนเป็นหลักมากกว่าชนะน็อก
PROFILE

ประวัติ แสงมณี พีเค.แสนชัย

นักมวยไทยยอดเยี่ยมของประเทศตอนอายุสิบห้า

แสงมณี พีเค.แสนชัย (Sangmanee PK Saenchai) ชื่อจริง พงศกร สิทธิเดช เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2540 ที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น สูง 172 เซนติเมตร ชกถนัดซ้ายในสายมวยฝีมือ และได้ฉายาว่า ทารกเงินล้าน

สถิติมวยไทยอาชีพของเขาอยู่ที่ชนะ 201 แพ้ 53 เสมอ 5 จาก 259 ไฟต์ เป็นแชมป์เวทีราชดำเนินสี่สมัยและแชมป์ลุมพินีหนึ่งสมัย รวมแล้วห้ารุ่นน้ำหนัก

พ่อที่ชกมวยในเวลาว่างจากไร่นา

เขาเริ่มซ้อมมวยตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ โดยพ่อซึ่งเป็นอดีตนักมวยที่ขึ้นชกในยามว่างจากการทำไร่ทำนาเป็นคนเห็นแววแล้วสอนให้ที่บ้าน

พออายุสิบห้าเขาย้ายเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่ค่าย 13 เหรียญ ซึ่งเคยปั้นแชมป์มาหลายคนรวมถึง แสนชัย และเขากลายเป็นดาวเด่นของค่ายหลังจาก แสนชัย ออกไปตั้งค่ายของตัวเอง

ปี 2555 ปีที่เด็กสิบห้าเก็บสามเข็มขัด

วันที่ 6 เมษายน 2555 เขาเอาชนะ เพชร ลูกมะขามหวาน คว้าแชมป์เวทีลุมพินีรุ่น 105 ปอนด์ ซึ่งเป็นเข็มขัดใหญ่เส้นแรกในชีวิตและเขาเพิ่งอายุสิบห้า

สองเดือนถัดมาวันที่ 6 มิถุนายน เขาชนะ เด็ดขาด พ.พงษ์สวรรค์ ได้แชมป์เวทีราชดำเนินรุ่น 108 ปอนด์ แล้ววันที่ 11 ตุลาคมปีเดียวกันก็ชนะ กุดสาครน้อย ส.จุลเสน คว้าแชมป์โลก S1 รุ่น 110 ปอนด์

ปลายปีนั้นสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยยกให้เขาเป็นนักมวยไทยยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่งเป็นรางวัลที่ไม่เคยตกเป็นของใครที่อายุน้อยขนาดนั้นมาก่อน

ห้ารุ่นน้ำหนักกับสี่เข็มขัดราชดำเนิน

ชื่อในสังเวียนของเขาเปลี่ยนไปตามค่ายและผู้สนับสนุนมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง แสงมณี ส.เทียนโพธิ์ แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม แสงมณี ส.คาเฟ่มวยไทย แสงมณี คลองสวนพลูรีสอร์ท และ แสงมณี สุขใดในหล้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมวยไทยที่คนเดียวกันอาจมีชื่อหลังชื่อหน้าต่างกันคนละยุค

คนที่ตามมวยไทยจากรายการต่างประเทศอย่างเดียวจึงมักนึกว่าเป็นคนละคน ทั้งที่เป็น พงศกร สิทธิเดช คนเดิมที่ขึ้นเวทีมาตั้งแต่ปี 2546

สิ่งที่ทำให้เส้นทางของเขาต่างจากคนอื่นคือเขาไม่ได้อยู่รุ่นเดียว เขาไต่ขึ้นมาตั้งแต่ 105 ปอนด์จนถึงไลต์เวต และคว้าแชมป์ราชดำเนินได้ในห้ารุ่นที่ต่างกัน

เข็มขัดราชดำเนินสี่สมัยของเขาจึงไม่ใช่การป้องกันแชมป์เดิมซ้ำ ๆ แต่เป็นการขึ้นรุ่นแล้วไปเอาใหม่ ซึ่งเป็นงานคนละแบบ

สามปีใน ONE และเจ็ดไฟต์ไร้พ่ายที่ TopKing

เขาเปิดตัวใน ONE Championship วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ที่ศึก Masters of Fate โดยชนะคะแนนเอกฉันท์ อาซิเซ ฮลาลี และปิดช่วงเวลาในรายการนั้นที่ชนะ 3 แพ้ 3

สไตล์ของเขาคือมวยฝีมือหรือที่เรียกกันว่ามวยเฟมัว ซึ่งเน้นการแก้ทางและคุมจังหวะมากกว่าการเดินบุก จากชัยชนะสองร้อยกว่าครั้งของเขา มีที่ชนะน็อกราวสามสิบเอ็ดครั้งเท่านั้น

ช่วงเดียวกันเขาลงชกในศึก TopKing World Series และชนะรวดเจ็ดไฟต์โดยไม่แพ้ใครเลย ซึ่งเป็นสถิติที่สะอาดที่สุดในบรรดารายการที่เขาเคยลง

10 สิงหาคม 2567 กลับบ้านที่ราชดำเนิน

เขาเปิดตัวที่ ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ในศึก RWS 101 โดยพบ อัลฟี เพียร์ส แล้วจากนั้นก็กลายเป็นชื่อหลักของเวทีนี้

วันที่ 29 มีนาคม 2568 เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ ธนุเพชร ว.แสงประไพ ที่ศึก RWS 135 แล้ววันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ชนะคะแนนแบ่ง ฉลาม ภารัญชัย ที่ศึก RWS 144 และวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ชนะคะแนนเอกฉันท์ สมรักน้อย มวยเด็ด789 ที่ศึก RWS 174

ชัยชนะชุดนั้นพาเขาไปถึงเข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นไลต์เวตในปี 2568

11 เมษายน 2569 ยกแรกกับ เยกอร์ บิเครฟ

การป้องกันเข็มขัดไลต์เวตจบเร็วกว่าที่ใครคิด ที่ศึก RWS 189 เขาถูก เยกอร์ บิเครฟ น็อกตั้งแต่ยกแรก และเข็มขัดราชดำเนินรุ่นไลต์เวตก็เปลี่ยนมือไปอยู่กับนักชกต่างชาติ

เดือนกันยายน 2569 เขาไปชกที่ศึก Yokkao 52 และแพ้น็อก แอนโธนี เดียรี ในยกที่สาม ทำให้สองไฟต์หลังสุดของเขาจบด้วยการถูกน็อกทั้งคู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดกับมวยฝีมือที่ชนะคะแนนมาทั้งอาชีพ

ทำไมชื่อของเขาต้องอยู่ในฐานข้อมูลนี้

เขาไต่จากรุ่นมินิฟลายเวตขึ้นมาจนถึงซูเปอร์ไลต์เวต ซึ่งเป็นช่วงน้ำหนักที่ห่างกันเกินยี่สิบปอนด์ และยังชกอยู่ในระดับแชมป์ตลอดทาง

สองร้อยกว่าชัยชนะกับเข็มขัดห้ารุ่นคือตัวเลขที่นักมวยในรายการระดับโลกส่วนใหญ่ไม่มี เพราะเส้นทางเวทีมาตรฐานของไทยสร้างคนแบบนี้ด้วยจำนวนไฟต์ที่คนนอกนึกไม่ถึง

อีกอย่างที่ตัวเลขนี้บอกคือจำนวนไฟต์ เขาขึ้นเวทีมาแล้วสองร้อยห้าสิบเก้าครั้งตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งมากกว่านักชกในรายการระดับโลกส่วนใหญ่หลายเท่า

เขาซ้อมอยู่ค่ายเดียวกับ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย ที่อยู่ในฐานข้อมูลนี้แล้ว แต่เส้นทางของสองคนนี้ไปคนละทาง คนหนึ่งไปจบที่เข็มขัดโลกของรายการใหญ่ อีกคนกลับมาอยู่กับเวทีที่สร้างเขาขึ้นมา

CAREER

เส้นทางการชก

  1. 20 มี.ค. 2540

    เกิดที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น

  2. อายุ 7 ขวบ

    เริ่มซ้อมมวยกับพ่อที่เคยเป็นนักมวย

  3. อายุ 15 ปี

    ย้ายเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่ค่าย 13 เหรียญ

  4. 6 เม.ย. 2555

    คว้าแชมป์ลุมพินีรุ่น 105 ปอนด์ ขณะอายุ 15 ปี

  5. 6 มิ.ย. 2555

    คว้าแชมป์ราชดำเนินรุ่น 108 ปอนด์

  6. 11 ต.ค. 2555

    คว้าแชมป์โลก S1 รุ่น 110 ปอนด์

  7. ปี 2555

    นักมวยไทยยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬา ตอนอายุ 15 ปี

  8. 8 พ.ย. 2562

    เปิดตัวใน ONE ชนะคะแนน อาซิเซ ฮลาลี

  9. 10 ส.ค. 2567

    เปิดตัวที่ ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์ ศึก RWS 101

  10. ปี 2568

    คว้าแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นไลต์เวต

  11. 11 เม.ย. 2569

    แพ้น็อกยกแรกให้ เยกอร์ บิเครฟ ที่ศึก RWS 189 เสียเข็มขัด

  12. 12 ก.ย. 2569

    แพ้น็อกยกสามให้ แอนโธนี เดียรี ที่ศึก Yokkao 52

RECORD

สถิติ

ขอบเขตข้อมูล: มวยไทยอาชีพ · ตรวจสอบล่าสุด 7 ตุลาคม 2569

201ชนะ
53แพ้
5เสมอ
31ชนะ KO/TKO
259จำนวนการแข่งขันในข้อมูลชุดนี้
FIGHTS

ไฟต์ล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot

NEXT

ไฟต์ต่อไป

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ

NEWS

ข่าวล่าสุด

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้