ทาเครุ
Takeru Segawa
“Natural Born Krusher”
- ชื่อจริง
- 武尊 (Takeru Segawa)
- วันเกิด
- 29 กรกฎาคม 2534
- สัญชาติ
- ญี่ปุ่น
- จังหวัด / ประเทศ
- เมืองโยนาโกะ, จังหวัดทตโตริ, ญี่ปุ่น
- ประเภทการแข่งขัน
- Kickboxing
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- K-1 / ONE Championship
- ถนัด
- ออร์ทอดอกซ์
- สไตล์การชก
- คิกบ็อกซิ่ง
ประวัติ ทาเครุ
เด็กที่ถูกตั้งชื่อตามวีรบุรุษในตำนาน
ทาเครุ เซกาวะ (Takeru Segawa) หรือที่แฟนกีฬาต่อสู้รู้จักในชื่อสั้น ๆ ว่า 'ทาเครุ' คือนักคิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักสู้ยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย เจ้าของฉายา 'Natural Born Krusher' เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2534 ที่เมืองโยนาโกะ จังหวัดทตโตริ ปัจจุบันอายุ 35 ปี ส่วนสูง 168 เซนติเมตร ช่วงชก 173 เซนติเมตร สังกัดทีม VASILEUS เขาปิดฉากอาชีพด้วยสถิติ 46 ชนะ 5 แพ้ จาก 51 ไฟต์ โดยชนะน็อกถึง 28 ครั้ง
ชื่อ 'ทาเครุ' มาจากยามาโตะ ทาเครุ วีรบุรุษในตำนานญี่ปุ่น ซึ่งบิดาผู้สนใจประวัติศาสตร์เป็นคนตั้งให้ เขาเริ่มเรียนคาราเต้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังได้ดู แอนดี้ ฮัก คว้าแชมป์ K-1 Grand Prix เมื่อปี 2539 ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้เด็กชายจากเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลญี่ปุ่นอยากขึ้นสังเวียนบ้าง เจ้าตัวเคยยอมรับตรง ๆ ในภายหลังว่าตอนเริ่มต้นเขาแทบไม่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้เลย
ปีที่บินมาซ้อมมวยไทยที่เมืองไทยคนเดียว
ในปี 2551 ทาเครุ ตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทยเพียงลำพังเพื่อฝึกอาวุธยืนแบบเต็มเวลา ประสบการณ์ในค่ายมวยไทยครั้งนั้นกลายเป็นรากฐานสำคัญของเกมการชกที่ดุดันและทนทานของเขา เมื่อกลับญี่ปุ่นเขาสมัครเรียนระบบทางไกลเพื่อให้มีคุณสมบัติลงแข่งรายการ K-1 Koushien สำหรับเยาวชน ก่อนที่ในปี 2553 จะย้ายเข้าโตเกียวตามคำชักชวนของเทรนเนอร์ เคนซากุ มาเอดะ และเข้าสังกัด Team Dragon ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของอาชีพนักสู้เต็มตัว
แชมป์ K-1 สามรุ่นน้ำหนัก คนแรกและคนเดียว
ทาเครุ เริ่มสร้างชื่อจริงจังในรายการ Krush โดยคว้าแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวตเมื่อปี 2556 และป้องกันแชมป์สำเร็จ 3 ครั้ง จากนั้นก็เริ่มภารกิจที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกในประวัติศาสตร์ K-1 เริ่มจากวันที่ 19 เมษายน 2558 เอาชนะ ไทกะ คาวาเบะ คว้าแชมป์ K-1 WORLD GP รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต ต่อด้วยวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 เอาชนะ ไคโตะ โอซาวะ คว้าแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวต และปิดท้ายในวันที่ 21 มีนาคม 2561 เอาชนะ โคสุเกะ โคมิยามะ คว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต ทำให้เขาเป็นแชมป์ 3 รุ่นน้ำหนักคนแรกและคนเดียวของ K-1 จนถึงทุกวันนี้
THE MATCH 2022 ที่โตเกียวโดม
ไฟต์ของ Takeru Segawa ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในญี่ปุ่นคือการพบกับ เท็นชิน นาสุคาวะ ในศึก THE MATCH 2022 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2565 ที่โตเกียวโดม ต่อหน้าผู้ชมเต็มความจุ 56,399 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ผลปรากฏว่า ทาเครุ เป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์ หลังถูกฮุกซ้ายสวนหมัดตรงขวาจนล้มลงในช่วงท้ายยกแรก ทำให้กรรมการทั้งห้าคนให้ยกนั้น 10-8 กับฝ่ายตรงข้าม
บทใหม่ใน ONE Championship
หลังยุคทองใน K-1 ทาเครุ เซ็นสัญญากับ ONE Championship ในเดือนเมษายน 2566 และประเดิมสังเวียนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 ในศึก ONE 165 ที่กรุงโตเกียว ด้วยการชิงแชมป์โลกคิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต กับ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 แต่เป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์หลังชกครบ 5 ยก จากนั้นเขากลับมาชนะน็อก ธัน ซิน ในยกที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน 2567 เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืน ก่อนที่ทั้งสองไฟต์แรกในสังกัดใหม่จะทำให้เขายอมรับเองว่าการย้ายมา ONE คือการเจอมาตรฐานที่ต่างออกไปจากที่เคยชินใน K-1

บททดสอบหนักที่สุดกับรถถัง จิตรเมืองนนท์
บททดสอบหนักที่สุดมาถึงในศึก ONE 172 วันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่ไซตามะ ซูเปอร์อารีนา เมื่อเขาพบกับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ และถูกหมัดฮุกซ้ายส่งลงไปนอนตั้งแต่ยกแรกในเวลาเพียง 1 นาที 20 วินาที ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นสะเทือนวงการคิกบ็อกซิงญี่ปุ่นอย่างหนัก และภายหลังเจ้าตัวเปิดเผยว่าอาการหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนของเขาเริ่มแสดงอาการหลังไฟต์นี้เอง
ไฟต์อำลาที่ล้างแค้นได้สำเร็จ
ทาเครุ กลับมาแก้ตัวด้วยการชนะ TKO เดนิส ปูริช ในยกที่ 2 ศึก ONE 173 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนปิดฉากอาชีพอย่างสมศักดิ์ศรีในศึก ONE SAMURAI 1 วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว โดยล้างแค้น รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้สำเร็จ เขาส่งคู่ต่อสู้ลงไปนอนสองครั้งในยกที่ 2 และอีกสองครั้งในยกที่ 5 จนกรรมการยุติการชกที่เวลา 2 นาที 22 วินาที คว้าแชมป์โลกเฉพาะกาล ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ในไฟต์สุดท้ายของชีวิตนักสู้

เหตุผลที่ต้องแขวนนวม
Takeru Segawa ประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการในงานแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยระบุเหตุผลหลักคืออาการหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนที่สะสมมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า เขาเล่าว่าช่วงก่อนไฟต์สุดท้ายฝันร้ายแทบทุกคืนว่าจะถูกน็อกหรือขาหัก และความรู้สึกแรกหลังจบไฟต์คือ 'ดีใจที่กลับมาได้ทั้งเป็น' พร้อมบอกว่าการมาอยู่กับ ONE ทำให้เขาได้มองเห็นจุดอ่อนของตัวเองอย่างแท้จริง ปัจจุบันเขาผันตัวไปดูแลยิม VASILEUS และผลิตคอนเทนต์เพื่อส่งต่อวงการ โดยย้ำว่าไม่อยากให้ไฟของศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นมอดดับลงไป
เส้นทางการชก
- 29 ก.ค. 2534
เกิดที่เมืองโยนาโกะ จังหวัดทตโตริ ประเทศญี่ปุ่น
- วัย ป.2
เริ่มเรียนคาราเต้ หลังได้ดู แอนดี้ ฮัก คว้าแชมป์ K-1 Grand Prix ปี 2539
- ปี 2551
เดินทางมาฝึกอาวุธยืนแบบเต็มเวลาที่ประเทศไทยเพียงลำพัง
- ปี 2553
ย้ายเข้าโตเกียวและเข้าสังกัด Team Dragon
- ปี 2556
คว้าแชมป์ Krush รุ่นเฟเธอร์เวต และป้องกันแชมป์สำเร็จ 3 ครั้ง
- 19 เม.ย. 2558
ชนะ ไทกะ คาวาเบะ คว้าแชมป์ K-1 รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต
- 3 พ.ย. 2559
ชนะ ไคโตะ โอซาวะ คว้าแชมป์ K-1 รุ่นเฟเธอร์เวต
- 21 มี.ค. 2561
ชนะ โคสุเกะ โคมิยามะ คว้าแชมป์ K-1 รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต ครบ 3 รุ่น
- 19 มิ.ย. 2565
แพ้คะแนน เท็นชิน นาสุคาวะ ศึก THE MATCH 2022 ที่โตเกียวโดม
- เมษายน 2566
เซ็นสัญญาเข้าร่วม ONE Championship
- 28 ม.ค. 2567
แพ้คะแนน ซุปเปอร์เล็ก ในศึกชิงแชมป์คิกบ็อกซิงฟลายเวต ONE 165
- 23 มี.ค. 2568
แพ้น็อก รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในยกแรก ศึก ONE 172
- 16 พ.ย. 2568
ชนะ TKO เดนิส ปูริช ในยกที่ 2 ศึก ONE 173
- 29 เม.ย. 2569
ชนะ TKO รถถัง ยกที่ 5 คว้าแชมป์เฉพาะกาล ONE คิกบ็อกซิ่ง ฟลายเวต ในไฟต์อำลา
- 1 พ.ค. 2569
แถลงแขวนนวมอย่างเป็นทางการ จากอาการหมอนรองกระดูกคอเคลื่อน
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: อาชีพ · ตรวจสอบล่าสุด 26 สิงหาคม 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้
