จอร์จิโอ เปโตรเซียน
Giorgio Petrosyan
“The Doctor”
- ชื่อจริง
- Gevorg Petrosyan
- วันเกิด
- 10 ธันวาคม 2528
- สัญชาติ
- อิตาลี
- จังหวัด / ประเทศ
- กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย, อิตาลี
- ประเภทการแข่งขัน
- Kickboxing / Muay Thai
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- K-1 / GLORY / ONE Championship
- สไตล์การชก
- คิกบ็อกซิ่งถนัดซ้ายสายรับ อ่านจังหวะและคุมระยะจนชนะได้โดยแทบไม่โดนหมัด
ประวัติ จอร์จิโอ เปโตรเซียน
คนที่ชนะมา 109 ไฟต์โดยแทบไม่โดนหมัด
จอร์จิโอ เปโตรเซียน (Giorgio Petrosyan) ชื่อเดิม Gevorg Petrosyan เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2528 ที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต สูง 178 เซนติเมตร ช่วงแขน 185 เซนติเมตร ชกถนัดซ้าย
เขาปิดอาชีพด้วยสถิติชนะ 109 แพ้ 3 เสมอ 2 จาก 116 ไฟต์ โดยอีกสองไฟต์ที่เหลือถูกตัดสินเป็นไม่มีผลการแข่งขัน ชนะน็อก 43 ครั้ง และได้ฉายาว่า The Doctor จากการอ่านเกมและการป้องกันตัวที่ทำให้เขาชนะโดยแทบไม่เสียหาย
มาถึงอิตาลีในท้ายรถบรรทุก
เขาอพยพจากอาร์เมเนียมาอิตาลีตอนอายุสิบสามปี พร้อมพ่อชื่อ Andranik และพี่ชายชื่อ Stepan โดยเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายด้วยการซ่อนตัวมาในท้ายรถบรรทุก
ช่วงแรกทั้งสามคนไม่มีที่อยู่ นอนตามสถานีรถไฟและข้างถนนในเมืองมิลาน ก่อนที่ชีวิตจะค่อย ๆ ตั้งหลักได้ และเขาเริ่มชกอาชีพในกติกามวยไทยตอนอายุสิบหก เริ่มจากรุ่น 54 กิโลกรัม แล้วไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาลงตัวที่ 70 กิโลกรัม
แพ้ครั้งแรกที่เวทีลุมพินี
เดือนมกราคม 2550 เขาขึ้นชกที่สนามมวยเวทีลุมพินี กรุงเทพฯ และแพ้คะแนน นนทนันท์ ป.ประมุข นั่นคือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในอาชีพของเขา และเกิดขึ้นบนเวทีที่เป็นบ้านของกีฬาที่เขาเริ่มต้นมา
สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือสถิติที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นตำนาน เขาชนะติดต่อกัน 42 ไฟต์เป็นเวลาหกปีโดยไม่แพ้ใครเลย จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2556 ที่ แอนดี ริสตี หยุดเขาได้ในศึก Glory 12 ที่นิวยอร์ก
สองสมัยติดที่ K-1 World MAX
เขาเปลี่ยนมาชกกติกาคิกบ็อกซิ่งเต็มตัวในปี 2551 กับรายการ It's Showtime และ K-1 แล้วคว้าแชมป์ K-1 World MAX ทั้งปี 2552 และปี 2553 ติดต่อกันสองสมัย ซึ่งเป็นรายการที่ถือว่าเป็นเวทีสูงสุดของรุ่น 70 กิโลกรัมในเวลานั้น
เมื่อ It's Showtime และ K-1 ปิดตัวลง เขาย้ายไป Glory ในปี 2555 และคว้าแชมป์รายการ Glory 2012 Lightweight Slam ตอกย้ำว่ายังเป็นคนเก่งที่สุดของรุ่น
เข้า ONE ในฐานะหน้าตาของ Super Series
เดือนเมษายน 2561 เขาเซ็นสัญญากับ ONE Championship และถูกวางให้เป็นหน้าตาของ ONE Super Series ซึ่งเป็นส่วนที่นำคิกบ็อกซิ่งและมวยไทยเข้ามาอยู่ในรายการเดียวกับ MMA
ไฟต์แรกเขาอยู่ในคู่รองเอกของ ONE: Heroes of Honor ที่กรุงมะนิลา ชนะคะแนนเอกฉันท์ โจ ณัฐวุฒิ แล้วเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็กลับมาชนะนักมวยค่ายเพชรยินดีอะคาเดมี่ แชมป์ลุมพินี ที่ ONE: Heart of a Lion
แกรนด์ปรีซ์ปี 2562 ที่ต้องผ่านคนไทยสองคน
รอบแปดคนสุดท้ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ที่ ONE: Enter the Dragon เขาแพ้คะแนนแบ่งให้ เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี่ แต่ผลถูกเปลี่ยนเป็นไม่มีผลการแข่งขันเพราะมีการจับล็อกผิดกติกา และต้องชกกันใหม่
วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ ONE: Masters of Destiny เขาเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ เพชรมรกต แล้วรอบรองชนะเลิศวันที่ 16 สิงหาคม เขาน็อก โจ ณัฐวุฒิ ตั้งแต่ยกแรกที่ ONE: Dreams of Gold
รอบชิงชนะเลิศวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ที่ ONE: Century เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ ซามี ซานา คว้าแชมป์ ONE Kickboxing Featherweight World Grand Prix คนแรกของรายการ พร้อมเงินรางวัลหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ
15 ตุลาคม 2564 เตะของ ซุปเปอร์บอน
เขาถูกจัดให้พบ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ในไฟต์ชิงแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่งรุ่นเฟเธอร์เวตเส้นแรกของรายการ ที่ ONE: First Strike และเขาเป็นต่อในสายตาแทบทุกคน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเตะสูงขวาในยกที่สองที่ทำให้เขาหมดสติ เป็นการแพ้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และเป็นการแพ้น็อกครั้งที่สองในอาชีพทั้งหมดของเขา ต่อมาพบว่าเขากรามหักและต้องเข้าผ่าตัด
ชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอของ ONE เล่าในภายหลังว่าหลังไฟต์นั้นเขาบอกว่าจะแขวนนวม และนอนไม่หลับอยู่หลายคืน ก่อนจะเปลี่ยนใจกลับมาชกต่อ
ไฟต์สุดท้ายที่มิลาน
ก่อนหน้าไฟต์กับ ซุปเปอร์บอน เขาชนะคะแนนเอกฉันท์ ดาวิต คิเรีย อดีตแชมป์ Glory และ Kunlun Fight ที่ ONE: Fists of Fury เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ส่วนรายการ PetrosyanMania ที่เขาขึ้นชกหลายครั้งนั้นเป็นรายการของ อาร์เมน เปโตรเซียน พี่น้องของเขาเอง
เขากลับมาคว้าแชมป์ ISKA รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตอีกครั้งในปี 2565 และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 เขาเอาชนะคะแนน เซร์คิโอ ซานเชซ คว้าแชมป์ WAKO Pro K-1 รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เขาขึ้นเวทีเป็นครั้งสุดท้ายในรายการของตัวเองที่ Allianz Cloud เมืองมิลาน ต่อหน้าคนดูกว่าห้าพันคน เอาชนะคะแนน โฮเซ ซูซา แล้ววางนวมหลังอยู่ในอาชีพมา 23 ปี
ทำไมชื่อของเขาต้องอยู่ในฐานข้อมูลนี้
เขาแพ้แค่สามครั้งจาก 116 ไฟต์ และสองในสามครั้งนั้นเป็นฝีมือคนไทย ครั้งแรกคือที่เวทีลุมพินีในปี 2550 และครั้งสุดท้ายคือเตะของ ซุปเปอร์บอน ในปี 2564
นั่นทำให้เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของนักคิกบ็อกซิ่งต่างชาติที่บังเอิญมาชกในเอเชีย แต่เป็นเส้นเรื่องที่พันกับมวยไทยตั้งแต่ไฟต์อาชีพไฟต์แรกตอนอายุสิบหก จนถึงไฟต์ที่ทำให้เขาคิดจะเลิก
เส้นทางการชก
- 10 ธ.ค. 2528
เกิดที่กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย
- ราวปี 2541
อพยพมาอิตาลีตอนอายุสิบสาม และนอนข้างถนนในมิลานช่วงแรก
- ปี 2545
เริ่มชกอาชีพในกติกามวยไทยตอนอายุสิบหก ที่รุ่น 54 กิโลกรัม
- ม.ค. 2550
แพ้คะแนน นนทนันท์ ป.ประมุข ที่เวทีลุมพินี เป็นการแพ้ครั้งแรก
- ปี 2552–2553
คว้าแชมป์ K-1 World MAX สองปีติดต่อกัน
- ปี 2555
คว้าแชมป์ Glory 2012 Lightweight Slam
- พ.ย. 2556
แพ้ แอนดี ริสตี ที่ Glory 12 จบสถิติไม่แพ้ 42 ไฟต์
- เม.ย. 2561
เซ็นสัญญากับ ONE Championship ในฐานะหน้าตาของ Super Series
- 13 ต.ค. 2562
ชนะ ซามี ซานา คว้าแชมป์แกรนด์ปรีซ์คิกบ็อกซิ่งรุ่นเฟเธอร์เวตคนแรก
- 15 ต.ค. 2564
แพ้น็อกยกสองให้ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ กรามหักและต้องผ่าตัด
- 18 พ.ค. 2567
คว้าแชมป์ WAKO Pro K-1 รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวต
- 22 พ.ย. 2568
ชกไฟต์สุดท้ายที่เมืองมิลาน ชนะคะแนน โฮเซ ซูซา แล้วแขวนนวม
สถิติ
ขอบเขตข้อมูล: คิกบ็อกซิ่งอาชีพ · ตรวจสอบล่าสุด 6 ตุลาคม 2569
ไฟต์ล่าสุด
ยังไม่มีผลการแข่งขันที่ตรวจสอบแล้วในฐานข้อมูล MuaySpot
ไฟต์ต่อไป
ยังไม่มีกำหนดการแข่งขันจากแหล่งทางการ
ข่าวล่าสุด
ยังไม่มีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและเชื่อมกับนักมวยคนนี้
