Gi กับ No-Gi ต่างกันอย่างไร ข้อกำหนดชุดและเกมที่เปลี่ยนไป
คำถามที่คนเพิ่งเริ่มยิวยิตสูถามบ่อยที่สุดข้อหนึ่งคือควรเรียนแบบใส่ชุดหรือไม่ใส่ชุด คำตอบสั้น ๆ คือทั้งสองแบบเป็นกีฬาเดียวกันแต่คนละเกม เพราะชุดกีมอนอไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย มันคือจุดจับที่ใช้ควบคุมคู่ต่อสู้ได้จริง เมื่อถอดออก การควบคุมทั้งหมดต้องเปลี่ยนไปใช้ร่างกายแทน จังหวะและกลยุทธ์จึงต่างกัน บทความนี้รวมข้อกำหนดชุดแข่งตามกรอบ IBJJF และอธิบายว่าเกมเปลี่ยนไปอย่างไร
Gi กับ No-Gi คืออะไร
Gi คือการฝึกและแข่งโดยใส่ชุดกีมอนอพร้อมสายคาด ผู้ฝึกสามารถจับปก แขนเสื้อ ขากางเกง และสายของคู่ต่อสู้เพื่อควบคุมได้ ส่วน No-Gi คือการฝึกและแข่งโดยไม่ใส่ชุดกีมอนอ ใช้เสื้อรัดรูปกับกางเกงแทน จึงไม่มีผ้าให้จับ
ทั้งสองอยู่ภายใต้กีฬาเดียวกันและใช้ตำแหน่งพื้นฐานชุดเดียวกัน ความต่างเริ่มจากสิ่งเดียวคือมีผ้าให้จับหรือไม่ แต่ผลที่ตามมาลามไปทั้งเกม
ข้อกำหนดชุดแข่งตามกรอบ IBJJF
ข้อกำหนดชุดของ IBJJF ละเอียดกว่าที่หลายคนคิด และเป็นเหตุผลที่นักกีฬาถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงแข่ง
ประเภท Gi
- เนื้อผ้า ต้องเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าที่มีลักษณะเดียวกัน
- สี ใช้ได้เฉพาะขาว น้ำเงินรอยัล และดำ และต้องเป็นสีเดียวกันทั้งเสื้อและกางเกง
- ขนาด ปลายแขนเสื้อต้องห่างจากข้อมือไม่เกิน 2 เซนติเมตร และขากางเกงสูงกว่าตาตุ่มไม่เกิน 2 เซนติเมตร
- สายคาด กว้าง 4 ถึง 5 เซนติเมตร สีตามระดับของผู้แข่ง คาดรอบเอวสองรอบแล้วผูกปมสองชั้น
ประเภท No-Gi
- เสื้อ ต้องเป็นผ้ายืดรัดรูป คลุมลำตัวลงมาถึงขอบกางเกง สีดำ ขาว หรือดำขาว
- สีของสาย เสื้อต้องมีสีของระดับสายอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ หรือเป็นสีนั้นทั้งตัว
- กางเกง ต้องยาวเลยครึ่งต้นขาแต่ไม่ยาวเลยเข่า และกระเป๋าต้องเย็บปิดสนิท
- สิ่งที่ห้ามมี กระดุม ซิป และโลหะทุกชนิด

ข้อห้ามเรื่องโลหะและกระเป๋าไม่ใช่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย ของแข็งบนชุดทำให้คู่ซ้อมบาดเจ็บได้ และกระเป๋าที่เปิดอยู่เกี่ยวนิ้วจนหักได้
การจับเปลี่ยนไปทั้งหมด
ในประเภท Gi จุดจับหลักคือปกเสื้อ แขนเสื้อ ขากางเกง และสายคาด การจับผ้าทำให้ควบคุมคู่ต่อสู้ได้แน่นและค้างไว้ได้นาน เปิดทางให้ท่ารัดคอที่ใช้ผ้าและการ์ดที่ต้องอาศัยการจับ เช่น spider guard และ lasso guard
ในประเภท No-Gi จุดจับเหลือแต่ร่างกาย คือข้อมือ ต้นคอ ใต้รักแร้ ข้อเท้า และการโอบลำตัว ทั้งหมดนี้หลุดง่ายกว่าเพราะเหงื่อและเพราะไม่มีผ้าให้ยึด การควบคุมจึงต้องอาศัยการวางตัวและแรงกดมากกว่าการยึดจุดเดียวค้างไว้
| หัวข้อ | Gi | No-Gi |
|---|---|---|
| จุดจับหลัก | ปก แขนเสื้อ ขากางเกง สาย | ข้อมือ คอ ใต้รักแร้ ข้อเท้า |
| ความแน่นของการจับ | แน่นและค้างได้นาน | หลุดง่ายกว่า |
| จังหวะเกม | ช้ากว่า มีเวลาคิด | เร็วกว่า เปลี่ยนตำแหน่งถี่ |
| ท่ารัดคอที่ใช้ผ้า | ใช้ได้ | ใช้ไม่ได้ |
เกมและจังหวะที่ต่างกัน
เพราะจับได้แน่นกว่า เกม Gi จึงมีจังหวะช้ากว่าและให้เวลาคิดมากกว่า ผู้ฝึกมีโอกาสตั้งกับดัก ค่อย ๆ จัดตำแหน่ง และบังคับให้คู่ต่อสู้เดินเข้าทางที่วางไว้
เกม No-Gi เร็วกว่าเพราะทุกอย่างลื่นและหลุดง่าย การเปลี่ยนตำแหน่งเกิดถี่กว่า และเกมขามีบทบาทมากกว่าเพราะเป็นทางเข้าที่ยังทำงานได้แม้ไม่มีผ้าให้จับ
นี่คือเหตุผลที่ผู้ฝึกที่เก่ง Gi มากอาจรู้สึกติดขัดเมื่อลง No-Gi ครั้งแรก ไม่ใช่เพราะเทคนิคแย่ลง แต่เพราะเครื่องมือที่เคยพึ่งพาหายไป
กติกาที่ต่างกันระหว่างสองประเภท
นอกจากชุด กติกาบางข้อก็ต่างกันด้วย ข้อที่สำคัญที่สุดคือท่าล็อกขา
กรอบ IBJJF เปิดให้ใช้ heel hook เฉพาะในประเภท No-Gi และเฉพาะระดับสายน้ำตาลกับสายดำเท่านั้น ไม่เปิดในประเภท Gi และไม่เปิดให้ระดับต่ำกว่านั้น เหตุผลคือท่านี้ทำให้เข่าบาดเจ็บได้เร็วเกินกว่าจะยอมแพ้ทัน
ระบบคะแนนพื้นฐานใช้ชุดเดียวกันทั้งสองประเภท รายละเอียดอยู่ในบทความ BJJ คืออะไร ส่วนความต่างกับกีฬาจับล็อกอื่นอ่านได้ที่ ยิวยิตสูกับยูโดต่างกันอย่างไร
มือใหม่ควรเริ่มแบบไหน
คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มจากแบบที่ยิมใกล้บ้านเปิดสอนสม่ำเสมอ ความต่อเนื่องของการซ้อมสำคัญกว่าการเลือกประเภทให้ถูกตั้งแต่วันแรกมาก
- เริ่มด้วย Gi ถ้าอยากได้พื้นฐานการควบคุมที่ละเอียด จังหวะช้ากว่าให้เวลาคิดและแก้เกม และระบบสายเดินตามชุดนี้เป็นหลัก
- เริ่มด้วย No-Gi ถ้าเป้าหมายคือ MMA หรือไม่ชอบใส่ชุดหนา เพราะใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่ไม่มีผ้าให้จับมากกว่า
- ฝึกทั้งสองอย่าง คือทางที่ผู้ฝึกส่วนใหญ่ลงเอย เพราะแต่ละแบบอุดจุดอ่อนของอีกแบบ
เรื่องของที่ต้องซื้อ ไม่จำเป็นต้องซื้อตั้งแต่วันแรก ยิมส่วนใหญ่ให้ยืมชุดสำหรับคลาสทดลอง ควรลองก่อนแล้วค่อยซื้อให้ตรงกับประเภทที่จะเรียนจริง และถ้าตั้งใจจะลงแข่ง ให้ซื้อชุดที่ตรงข้อกำหนดขององค์กรที่จัดรายการนั้นตั้งแต่แรก
ประเด็นสำคัญ
Gi กับ No-Gi เป็นกีฬาเดียวกันที่เปลี่ยนเครื่องมือควบคุม ประเภท Gi จับปก แขนเสื้อ ขากางเกงและสายได้ ทำให้คุมได้แน่นและจังหวะช้ากว่า ส่วน No-Gi เหลือแต่การจับร่างกายจึงหลุดง่ายและเกมเร็วกว่า ข้อกำหนด IBJJF ระบุ Gi ต้องเป็นผ้าฝ้ายสีขาว น้ำเงินรอยัลหรือดำสีเดียวทั้งชุด ส่วน No-Gi ใส่เสื้อรัดรูปสีดำ ขาวหรือดำขาวที่มีสีสายอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ กางเกงยาวเลยครึ่งต้นขาแต่ไม่เลยเข่า กระเป๋าเย็บปิด ห้ามมีโลหะ และ heel hook เปิดเฉพาะ No-Gi ระดับสายน้ำตาลขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อย
Gi กับ No-Gi ต่างกันยังไง?
ต่างกันที่มีผ้าให้จับหรือไม่ ประเภท Gi ใส่ชุดกีมอนอและจับปก แขนเสื้อ ขากางเกงและสายได้ ทำให้ควบคุมได้แน่นและเกมช้ากว่า ส่วน No-Gi ใส่เสื้อรัดรูปกับกางเกง ต้องคุมด้วยร่างกายอย่างเดียว เกมจึงเร็วกว่าและเกมขามีบทบาทมากกว่า
มือใหม่ควรเริ่ม Gi หรือ No-Gi?
เริ่มจากแบบที่ยิมใกล้บ้านเปิดสอนสม่ำเสมอสำคัญที่สุด ถ้าเลือกได้ Gi ให้พื้นฐานการควบคุมที่ละเอียดและมีเวลาคิดมากกว่า ส่วน No-Gi ใกล้เคียงกับ MMA มากกว่า ผู้ฝึกส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการฝึกทั้งสองอย่าง
ชุด Gi ใช้สีอะไรได้บ้าง?
ตามข้อกำหนด IBJJF ใช้ได้เฉพาะสีขาว น้ำเงินรอยัล และดำ และต้องเป็นสีเดียวกันทั้งเสื้อและกางเกง เนื้อผ้าต้องเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าลักษณะเดียวกัน
No-Gi ต้องใส่อะไร?
เสื้อผ้ายืดรัดรูปคลุมลำตัวถึงขอบกางเกง สีดำ ขาว หรือดำขาว และต้องมีสีของระดับสายอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกางเกงต้องยาวเลยครึ่งต้นขาแต่ไม่เลยเข่า กระเป๋าเย็บปิดสนิท ห้ามมีกระดุม ซิป หรือโลหะ
heel hook ใช้ได้ในประเภทไหน?
กรอบ IBJJF เปิดให้ใช้เฉพาะประเภท No-Gi และเฉพาะระดับสายน้ำตาลกับสายดำเท่านั้น ไม่เปิดในประเภท Gi และไม่เปิดให้ระดับต่ำกว่านั้น เพราะทำให้เข่าบาดเจ็บได้เร็วเกินกว่าจะยอมแพ้ทัน
ต้องซื้อชุดตั้งแต่วันแรกไหม?
ไม่จำเป็น ยิมส่วนใหญ่ให้ยืมชุดสำหรับคลาสทดลอง ควรลองซ้อมก่อนแล้วค่อยซื้อให้ตรงกับประเภทที่จะเรียนจริง ถ้าตั้งใจลงแข่งให้ซื้อชุดที่ตรงข้อกำหนดขององค์กรที่จัดรายการนั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 กติกาอาจเปลี่ยนแปลง ควรยึดเอกสารของรายการแข่งขันเป็นหลัก


