ยิวยิตสูกับยูโดต่างกันอย่างไร เทียบกติกา เกมภาคพื้น และซับมิชชัน
ยิวยิตสูกับยูโดมาจากรากเดียวกัน ผู้ที่พายิวยิตสูไปบราซิลก็เป็นนักยูโดจากสำนักโคโดคัง แต่วันนี้ทั้งสองกลายเป็นคนละกีฬาที่ตัดสินกันคนละแบบ ความต่างที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่ท่า แต่อยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีคนล้มลงพื้น ยูโดสั่งหยุดเมื่อเกมไม่คืบหน้า ส่วนยิวยิตสูถือว่าตรงนั้นคือจุดเริ่มต้นของเกมจริง บทความนี้เทียบให้ครบทั้งเป้าหมาย กติกา ท่าที่ใช้ได้ และวิธีชนะ
รากเดียวกัน แล้วแยกทางกันตรงไหน
ปลายศตวรรษที่ 19 จิโกโร คาโน จัดระบบวิชาจูจุตสูของญี่ปุ่นขึ้นใหม่เป็นยูโด และตั้งสำนักโคโดคังในปี 1882 คาโนส่งลูกศิษย์ออกไปเผยแพร่วิชาทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ มิตสึโยะ มาเอดะ ซึ่งเดินทางออกจากญี่ปุ่นในปี 1904 และไปถึงบราซิลราวปี 1914
ที่บราซิล มาเอดะถ่ายทอดวิชาให้ตระกูลกราซี ซึ่งนำไปพัฒนาต่อโดยเน้นการทำงานบนพื้นและการใช้คานกับตำแหน่งแทนการใช้แรง จนกลายเป็นยิวยิตสูสายบราซิลหรือ BJJ ที่รู้จักกันทุกวันนี้
เป้าหมายของเกมต่างกันตั้งแต่ต้น
ยูโดวางน้ำหนักไว้ที่การทุ่ม การทุ่มที่สมบูรณ์เรียกว่าอิปปง และจบการแข่งขันได้ทันที นักกีฬาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการแย่งจับ ทำลายสมดุล และหาจังหวะเข้าทุ่ม
ยิวยิตสูวางน้ำหนักไว้ที่ตำแหน่ง เกมเดินจากการพาลงพื้น ผ่านการ์ด ขึ้นสู่ตำแหน่งเหนือกว่า แล้วจึงหาซับมิชชัน การทุ่มเป็นเพียงทางเข้าสู่เกมจริง ไม่ใช่จุดจบของเกม
ความต่างนี้เปลี่ยนวิธีซ้อมทั้งหมด นักยูโดใช้เวลากับการยืนแย่งจับมากกว่า ส่วนนักยิวยิตสูใช้เวลากับการเปลี่ยนตำแหน่งบนพื้นมากกว่า ทั้งที่ทั้งคู่ใส่ชุดคล้ายกันและจับกันคล้ายกัน
เกมภาคพื้นคือจุดต่างที่ใหญ่ที่สุด
ในยิวยิตสู เมื่อทั้งคู่ลงถึงพื้นแล้ว เกมดำเนินต่อไปได้จนกว่าจะมีคนจบเกมหรือหมดเวลา งานบนพื้นคือกีฬาเอง ไม่ใช่ช่วงพักระหว่างการยืน
ในยูโด งานภาคพื้นที่เรียกว่าเนวาซะถูกจำกัดกว่ามาก ผู้ตัดสินจะสั่งหยุดและให้กลับไปยืนใหม่เมื่อเห็นว่าเกมบนพื้นไม่คืบหน้า เจตนาคือให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและตัดสินกันด้วยการทุ่มเป็นหลัก
ซับมิชชันที่ใช้ได้ต่างกันอย่างชัดเจน
ทั้งสองกีฬาใช้ท่าล็อกแขนและท่ารัดคอได้เหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ขา
| ประเภทท่า | ยิวยิตสู | ยูโด |
|---|---|---|
| ท่ารัดคอ | ใช้ได้ | ใช้ได้ |
| ท่าล็อกข้อศอก | ใช้ได้ | ใช้ได้ |
| ท่าล็อกขาและเข่า | เปิดให้ตามระดับสายและประเภทการแข่ง | ไม่อนุญาตในการแข่งขัน |

ฝั่งยิวยิตสูเองก็ไม่ได้เปิดทุกท่าให้ทุกคน กรอบของ IBJJF จำกัดท่าล็อกขาตามระดับสาย ท่าที่อันตรายต่อเข่าอย่างheel hookถูกเปิดให้ใช้เฉพาะประเภท No-Gi ในระดับสายน้ำตาลและสายดำ ไม่ใช่เปิดกว้างทั้งระบบ
สำหรับผู้เริ่มต้น ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ ถ้าฝึกยูโดจะไม่ได้เรียนเกมขาเลย ส่วนถ้าฝึกยิวยิตสูจะได้เรียน แต่ต้องรอถึงระดับที่กติกาอนุญาต
การจับขาและการจับชุดต่างกันอย่างไร
ในยูโด การใช้มือจับขาคู่ต่อสู้ขณะยืนไม่อนุญาตให้ทำเป็นการเข้าทำหลัก ข้อกำหนดนี้เปลี่ยนหน้าตาของกีฬาไปมาก เพราะตัดเทคนิคแบบมวยปล้ำออกไปเกือบทั้งหมด และผลักให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่การจับชุดและการทำลายสมดุล
ยิวยิตสูไม่มีข้อห้ามแบบเดียวกัน การเข้าจับขาเพื่อพาลงพื้นเป็นเรื่องปกติ และการดึงการ์ดคือทางเลือกที่ถูกกติกาเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูโดไม่เปิดให้ทำ
เรื่องชุดก็ต่างกันในรายละเอียด ชุดยูโดกับชุด Gi ของยิวยิตสูหน้าตาคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ชุดยิวยิตสูมักตัดให้รัดกว่าและปกแข็งกว่าเพื่อให้จับยากขึ้น อ่านรายละเอียดข้อกำหนดชุดได้ที่ Gi กับ No-Gi ต่างกันอย่างไร
โครงสร้างการแข่งขันและวิธีชนะ
ยูโดภายใต้กรอบ IJF ใช้เวลาแข่งขัน 4 นาทีทั้งชายและหญิง ชนะได้ด้วยอิปปงซึ่งจบเกมทันที ไม่ว่าจะมาจากการทุ่มที่สมบูรณ์ การกดติดพื้นครบเวลาที่กำหนด หรือการที่คู่ต่อสู้ยอมแพ้จากท่ารัดคอหรือล็อกแขน ถ้าหมดเวลาแล้วคะแนนเท่ากันจะต่อเวลาแบบโกลเดนสกอร์ ใครทำคะแนนได้ก่อนชนะทันที
ยิวยิตสูภายใต้กรอบ IBJJF ตัดสินด้วยซับมิชชันเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีใครจบเกมได้จึงนับคะแนนจากตำแหน่งที่ทำได้ตามเงื่อนไข รายละเอียดคะแนนอยู่ในบทความ BJJ คืออะไร
มือใหม่ควรเริ่มจากยูโดหรือยิวยิตสู
ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน ให้เลือกจากสิ่งที่อยากได้จริง
- อยากเรียนการทุ่มและการล้มอย่างปลอดภัย ยูโดสอนเรื่องนี้เป็นระบบและเข้มข้นที่สุด
- อยากเรียนเกมภาคพื้นและการหนีจากตำแหน่งเสียเปรียบ ยิวยิตสูให้เวลากับส่วนนี้มากกว่ามาก
- อยากแข่งในระบบโอลิมปิก ยูโดอยู่ในโอลิมปิก ส่วนยิวยิตสูไม่ได้อยู่
- สนใจ MMA ทั้งคู่มีประโยชน์ แต่ต้องปรับให้เข้ากับกติกาที่มีหมัดและมีกรง
ในทางปฏิบัติ ผู้ฝึกจำนวนมากเรียนทั้งสองอย่างเพราะมันเติมเต็มกัน ยูโดให้ทางเข้าสู่พื้นที่มั่นคง ส่วนยิวยิตสูให้เครื่องมือทำงานเมื่อไปถึงพื้นแล้ว
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน หลักความปลอดภัยเหมือนกันคือเลือกยิมที่สอนการล้มและมารยาทอย่างจริงจัง บอกคู่ซ้อมว่าเป็นมือใหม่ และยอมแพ้เร็วเมื่อติดท่า
ประเด็นสำคัญ
ยิวยิตสูสายบราซิลแตกออกมาจากยูโดผ่านมิตสึโยะ มาเอดะ ที่นำวิชาโคโดคังไปบราซิลราวปี 1914 ความต่างที่ใหญ่ที่สุดคือเกมภาคพื้น ยูโดสั่งหยุดเนวาซะเมื่อไม่คืบหน้าและตัดสินด้วยอิปปงเป็นหลัก ส่วนยิวยิตสูให้เกมบนพื้นดำเนินต่อจนจบ ทั้งคู่ใช้ท่าล็อกแขนและรัดคอได้ แต่ยูโดไม่อนุญาตท่าล็อกขาและไม่ให้จับขาตอนยืนเป็นการเข้าทำหลัก ขณะที่ยิวยิตสูเปิดให้ตามระดับสาย โดย heel hook จำกัดเฉพาะ No-Gi ระดับสายน้ำตาลขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อย
ยิวยิตสูกับยูโดต่างกันยังไง?
ต่างกันที่เป้าหมายและเกมภาคพื้นเป็นหลัก ยูโดเน้นทุ่มให้ได้อิปปงและจะสั่งหยุดเกมบนพื้นเมื่อไม่คืบหน้า ส่วนยิวยิตสูเน้นคุมตำแหน่งบนพื้นแล้วหาซับมิชชัน โดยเกมบนพื้นดำเนินต่อได้จนจบ นอกจากนี้ยูโดไม่อนุญาตท่าล็อกขาและการจับขาตอนยืน ขณะที่ยิวยิตสูเปิดให้ตามระดับสาย
ยิวยิตสูมาจากประเทศอะไร?
รากมาจากญี่ปุ่น จิโกโร คาโน จัดระบบวิชาจูจุตสูขึ้นเป็นยูโดและตั้งโคโดคังในปี 1882 จากนั้น มิตสึโยะ มาเอดะ นักยูโดโคโดคัง นำวิชาไปถึงบราซิลราวปี 1914 และถ่ายทอดให้ตระกูลกราซี จึงเกิดเป็นยิวยิตสูสายบราซิลหรือ BJJ
ยิวยิตสูเน้นอะไร?
เน้นตำแหน่งบนพื้น การควบคุม และการจบเกมด้วยซับมิชชัน โดยใช้คาน โครงสร้างร่างกาย และจังหวะ แทนการใช้แรงปะทะ ทำให้คนตัวเล็กกว่ามีทางสู้กับคนตัวใหญ่กว่าได้ถ้าเทคนิคเหนือกว่า
ยูโดใช้ท่าล็อกขาได้ไหม?
ไม่ได้ในการแข่งขัน กติกา IJF อนุญาตเฉพาะท่าล็อกข้อศอกและท่ารัดคอเท่านั้น ท่าล็อกขาและเข่าไม่อยู่ในรายการที่ใช้ได้
ยิวยิตสูใช้ heel hook ได้ไหม?
ได้ในเงื่อนไขจำกัด กรอบ IBJJF เปิดให้ใช้ heel hook เฉพาะประเภท No-Gi ในระดับสายน้ำตาลและสายดำ ไม่ได้เปิดให้ทุกระดับและไม่ได้เปิดในประเภท Gi
มือใหม่ควรเริ่มจากยูโดหรือยิวยิตสู?
เลือกจากสิ่งที่อยากได้ ถ้าอยากเรียนการทุ่มและการล้มอย่างปลอดภัยให้เริ่มยูโด ถ้าอยากเรียนเกมภาคพื้นและการหนีจากตำแหน่งเสียเปรียบให้เริ่มยิวยิตสู ถ้าเป้าหมายคือแข่งโอลิมปิก ยูโดอยู่ในโอลิมปิกส่วนยิวยิตสูไม่ได้อยู่
ชุดยูโดกับชุดยิวยิตสูใช้แทนกันได้ไหม?
หน้าตาคล้ายกันแต่ข้อกำหนดการแข่งขันต่างกัน ชุดยิวยิตสูมักตัดรัดกว่าและปกแข็งกว่าเพื่อให้จับยาก ก่อนลงแข่งต้องใช้ชุดที่ตรงข้อกำหนดขององค์กรที่จัดรายการนั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2569 กติกาอาจเปลี่ยนแปลง ควรยึดเอกสารของรายการแข่งขันเป็นหลัก


