StrikingMuay Thai

มวยคาดเชือก คืออะไร ใช้เชือกแบบไหน และทำไมถึงเลิกใช้

ก่อนที่นวมจะกลายเป็นของบังคับ นักมวยไทยขึ้นเวทีด้วยมือที่พันเชือกเอาไว้ และภาพถ่ายที่เหลืออยู่จากร้อยปีก่อนบอกรายละเอียดได้มากกว่าที่เรื่องเล่าปากต่อปากบอก ทั้งเรื่องที่จริงและเรื่องที่คนเชื่อกันผิดมานาน

สารบัญ
  1. มวยคาดเชือกคืออะไร
  2. เชือกที่ใช้คืออะไร
  3. พันเชือกไปทำไม
  4. เรื่องเศษแก้วที่ไม่เป็นความจริง
  5. ชุดและของที่ใส่ในยุคนั้น
  6. ทำไมถึงเลิกใช้
  7. ทุกวันนี้ยังมีให้ดูไหม

มวยคาดเชือกคืออะไร

มวยคาดเชือกคือมวยไทยในยุคก่อนที่นวมจะเข้ามา นักมวยพันมือและแขนท่อนล่างด้วยเชือกแทนการสวมนวม โดยพันตั้งแต่สันหมัดไล่ขึ้นมาถึงข้อมือ และหลายครั้งพันยาวต่อขึ้นไปจนเกือบถึงข้อศอก

คำนี้บอกเฉพาะวิธีคาดมือ ไม่ได้บอกว่าเป็นวิชาคนละอย่างกับมวยไทยที่ชกกันทุกวันนี้ ท่าทาง อาวุธ และหลักการยังเป็นมวยไทยเหมือนเดิม สิ่งที่ต่างคืออุปกรณ์ที่อยู่บนมือ

ภาพถ่ายเก่าของนักมวยไทยสองคนตั้งท่าชกกลางลานดิน สวมมงคลบนศีรษะ ฝ่ายซ้ายพันมือด้วยเชือกขึ้นมาถึงข้อมือ

ราว พ.ศ. 2458

มือที่พันด้วยเชือก

คู่ที่หก นายบาง มลิคำ สายน้ำเงิน พบ นายเตียน เหมสุดล สายแดง

ภาพถ่ายนักมวยคาดเชือกราวปี 1915 ลายมือบนภาพระบุชื่อทั้งสองฝ่าย ภูมิลำเนา และสีมุมที่สังกัด ทั้งคู่สวมมงคลและนุ่งผ้าแบบที่ใช้กันในยุคนั้นภาพ: ไม่ปรากฏชื่อผู้ถ่าย · สาธารณสมบัติ

เชือกที่ใช้คืออะไร

เชือกคาดมือที่ใช้เป็นเชือกจากเส้นใยธรรมชาติ ทั้งป่านและฝ้าย บางครั้งใช้ผ้าฝ้ายฉีกเป็นแถบแล้วฟั่นให้เป็นเกลียวก่อนพัน ไม่ใช่เชือกแข็งแบบที่ใช้มัดของ เพราะต้องยอมให้กำหมัดได้

วิธีพันไม่ได้มีสูตรเดียว แต่ละค่ายและแต่ละภาคมีแบบของตัวเอง สิ่งที่เหมือนกันคือการพันทับหลายชั้นบริเวณสันหมัด แล้วไล่ขึ้นมาล็อกที่ข้อมือเพื่อให้ข้อมือไม่พับเวลาปล่อยหมัด

พันเชือกไปทำไม

เหตุผลหลักที่ต้องคาดเชือกคือป้องกันมือของตัวเอง กระดูกฝ่ามือและข้อมือเป็นส่วนที่หักง่ายที่สุดเวลาชกโดยไม่มีอะไรรองรับ การพันหลายชั้นช่วยกระจายแรงและล็อกข้อมือไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่เดียวกับที่ผ้าพันมือทำอยู่ในทุกวันนี้

ผลพลอยได้คือหมัดแข็งขึ้นสำหรับฝ่ายรับ เพราะพื้นผิวที่กระทบเป็นเชือกแห้งแทนที่จะเป็นหนังนุ่มของนวม นี่คือเหตุผลที่ไฟต์ยุคนั้นมีบาดแผลเปิดบ่อยกว่า และเป็นที่มาของความเข้าใจว่าเชือกถูกทำให้คมขึ้นโดยตั้งใจ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

เรื่องเศษแก้วที่ไม่เป็นความจริง

เรื่องเล่าที่ได้ยินบ่อยที่สุดเกี่ยวกับมวยคาดเชือกคือการเอาเชือกจุ่มกาวแล้วคลุกเศษแก้ว เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานรองรับในบันทึกของการแข่งขันจริง และแหล่งข้อมูลมวยไทยส่วนใหญ่จัดให้เป็นตำนาน

ต้นทางที่ทำให้ภาพนี้ติดตาคนทั่วโลกคือฉากจบของภาพยนตร์เรื่อง Kickboxer เมื่อปี 1989 ซึ่งเป็นเรื่องแต่ง หลังจากนั้นรายละเอียดนี้ก็ถูกเล่าซ้ำจนกลายเป็นข้อเท็จจริงในความเข้าใจของคนจำนวนมาก

สิ่งที่ภาพถ่ายในยุคนั้นแสดงให้เห็นคือเชือกพันธรรมดา ไม่มีร่องรอยของการเคลือบอะไรไว้บนผิว

ชุดและของที่ใส่ในยุคนั้น

ภาพถ่ายยุคคาดเชือกบอกอะไรมากกว่าที่คิด สิ่งแรกที่เห็นคือมงคลบนศีรษะของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นของที่สวมเฉพาะช่วงไหว้ครูและถอดออกก่อนเริ่มชกจริง ไม่ใช่ของที่ใส่ตลอดไฟต์

สิ่งที่สองคือการแต่งกาย นักมวยในภาพนุ่งผ้าแบบที่ใช้ในชีวิตประจำวันของยุคนั้น ไม่ใช่กางเกงมวยทรงที่เราคุ้นเคย ซึ่งเป็นของที่มาทีหลังพร้อมกับการจัดการแข่งขันในร่ม อ่านเรื่องกางเกงมวยสมัยใหม่ได้ที่บทความกางเกงมวยไทย

สิ่งที่สามคือการระบุมุม ลายมือบนภาพปี 2458 เขียนกำกับว่าใครอยู่มุมน้ำเงินและใครอยู่มุมแดง พร้อมภูมิลำเนาของแต่ละคน ซึ่งบอกว่าการจัดคู่ในยุคนั้นมีระบบมากกว่าที่ภาพลานดินทำให้เข้าใจ

ทำไมถึงเลิกใช้

มวยคาดเชือกหมดยุคลงเมื่อการเปลี่ยนมาใช้นวมเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1920 โดยเหตุการณ์ที่มักถูกอ้างถึงคือไฟต์ที่จบลงด้วยการเสียชีวิตของนักมวยฝ่ายหนึ่ง หลังจากนั้นทางการจึงกำหนดให้การแข่งขันต้องสวมนวม

บันทึกของยุคนั้นมีรายละเอียดต่างกันไปตามแหล่งที่มา ทั้งปีและชื่อของผู้เกี่ยวข้อง สิ่งที่ตรงกันคือทิศทางของการเปลี่ยนแปลง คือกีฬานี้กำลังย้ายจากงานวัดและลานดินเข้าสู่เวทีที่มีกติกาเป็นลายลักษณ์อักษร และนวมคือหนึ่งในเงื่อนไขของการเป็นกีฬาสมัยใหม่

เวทีถาวรที่ตามมาในยุคหลังอย่างสนามมวยมาตรฐานเปิดใช้ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงที่รูปแบบการแข่งขันแบบที่เราคุ้นเคยลงตัวแล้ว

ภาพถ่ายเก่าการชกมวยไทยกลางแจ้งในกรุงเทพฯ ยุค 1920 มีผู้ชมยืนล้อมรอบสังเวียน

กรุงเทพฯ ทศวรรษ 1920

ยุคสุดท้ายก่อนนวม

ไม่กี่ปีหลังจากนี้ การแข่งขันก็ถูกกำหนดให้ต้องสวมนวม

การชกมวยไทยในกรุงเทพฯ ช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นช่วงปลายของยุคคาดเชือกก่อนที่นวมจะกลายเป็นข้อบังคับภาพ: ไม่ปรากฏชื่อผู้ถ่าย · สาธารณสมบัติ

ทุกวันนี้ยังมีให้ดูไหม

มี แต่เป็นการรื้อฟื้นในรูปแบบรายการแข่งขันสมัยใหม่ ไม่ใช่สิ่งที่ตกทอดมาต่อเนื่อง รายการบางรายการจัดไฟต์คาดเชือกเป็นจุดขาย โดยใช้กติกาและมาตรการความปลอดภัยของยุคปัจจุบันกำกับไว้

นอกจากเวทีแล้ว การคาดเชือกยังเหลืออยู่ในการสาธิตของสายมวยโบราณและในการเรียนการสอน ซึ่งอ่านต่อได้ที่มวยไชยา ส่วนเรื่องราวของนักมวยในยุคก่อนมีนวมที่คนไทยรู้จักมากที่สุดอยู่ที่นายขนมต้ม

สรุป

ประเด็นสำคัญ

มวยคาดเชือกคือมวยไทยในยุคก่อนมีนวม ที่นักมวยพันมือและแขนท่อนล่างด้วยเชือกจากเส้นใยธรรมชาติอย่างป่านหรือฝ้าย โดยพันทับหลายชั้นที่สันหมัดแล้วล็อกที่ข้อมือ จุดประสงค์หลักคือป้องกันกระดูกมือและข้อมือของผู้ชกเอง ซึ่งเป็นหน้าที่เดียวกับผ้าพันมือในปัจจุบัน เรื่องที่ว่าเชือกถูกจุ่มกาวแล้วคลุกเศษแก้วเป็นตำนานที่แพร่หลายจากภาพยนตร์เรื่อง Kickboxer ปี 1989 ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในบันทึกการแข่งขัน การเปลี่ยนมาใช้นวมเกิดขึ้นช่วงปลายทศวรรษ 1920 หลังไฟต์ที่มีผู้เสียชีวิต และทุกวันนี้การคาดเชือกยังปรากฏในรายการที่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่และในการสาธิตของสายมวยโบราณ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

มวยคาดเชือกคืออะไร?

คือมวยไทยในยุคก่อนที่นวมจะเป็นของบังคับ นักมวยพันมือและแขนท่อนล่างด้วยเชือกแทนการสวมนวม โดยพันจากสันหมัดขึ้นมาถึงข้อมือและบางครั้งยาวเกือบถึงข้อศอก

ใช้เชือกอะไรพัน?

เชือกจากเส้นใยธรรมชาติอย่างป่านหรือฝ้าย บางครั้งใช้ผ้าฝ้ายฉีกเป็นแถบแล้วฟั่นเป็นเกลียว ต้องอ่อนพอที่จะกำหมัดได้ ไม่ใช่เชือกแข็งแบบที่ใช้มัดของ

เชือกคาดมือจุ่มเศษแก้วจริงไหม?

ไม่จริง เป็นตำนานที่ไม่มีหลักฐานในบันทึกการแข่งขัน ภาพนี้แพร่หลายจากฉากจบของภาพยนตร์เรื่อง Kickboxer เมื่อปี 1989 ซึ่งเป็นเรื่องแต่ง

พันเชือกแล้วหมัดแรงขึ้นไหม?

จุดประสงค์หลักคือป้องกันมือของผู้ชกเอง แต่ผลพลอยได้คือพื้นผิวที่กระทบแข็งกว่านวม ทำให้เกิดบาดแผลเปิดได้ง่ายกว่า

ทำไมถึงเลิกคาดเชือก?

เปลี่ยนมาใช้นวมในช่วงปลายทศวรรษ 1920 หลังไฟต์ที่จบลงด้วยการเสียชีวิตของนักมวย และเป็นส่วนหนึ่งของการที่กีฬานี้ย้ายเข้าสู่ระบบกติกาที่เป็นลายลักษณ์อักษร

ทุกวันนี้ยังชกคาดเชือกกันไหม?

มีในรายการที่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่โดยใช้มาตรการความปลอดภัยสมัยใหม่กำกับ และยังเหลืออยู่ในการสาธิตของสายมวยโบราณกับในการเรียนการสอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 กติกาอาจเปลี่ยนแปลง ควรยึดเอกสารของรายการแข่งขันเป็นหลัก