StrikingMuay Thai

ล้มมวย คืออะไร กฎหมายเขียนไว้ยังไง และโทษเท่าไร

คำนี้ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ ในวงสนทนา มันเป็นคำที่มีนิยามเขียนไว้ในกฎหมายไทยพร้อมบทลงโทษกำกับ และนิยามนั้นกว้างกว่าที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ บทความนี้อธิบายเฉพาะตัวบทกับกลไก ไม่เอ่ยถึงบุคคลหรือกรณีใด

สารบัญ
  1. ล้มมวยคืออะไรตามกฎหมาย
  2. ทำไมถึงเกิดขึ้นได้
  3. ใครผิดบ้าง และโทษเท่าไร
  4. ทำไมโทษของกรรมการหนักกว่า
  5. คนดูดูออกไหม
  6. ผลที่ตามมา

ล้มมวยคืออะไรตามกฎหมาย

พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 นิยามไว้ในมาตรา 3 ว่าการล้มมวยหมายถึงการเข้าแข่งขันกีฬามวยโดยแสร้งชกแพ้ และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขันโดยได้มีการกำหนดผลการแข่งขันไว้เป็นการล่วงหน้า

คำว่ารวมถึงตรงนี้สำคัญ เพราะมันทำให้นิยามกว้างกว่าภาพที่คนนึกถึง ไม่จำเป็นต้องมีใครล้มลงกองกับพื้นแบบจงใจ แค่ตกลงผลกันไว้ก่อนขึ้นเวที ไม่ว่าผลนั้นจะเป็นแพ้ ชนะ หรือจบยกที่เท่าไร ก็เข้านิยามแล้ว

ภาพถ่ายขาวดำปี 1865 นักมวยสยามสองคนตั้งท่าชกกันกลางลาน โดยมีผู้ชมยืนล้อมดูอยู่สองข้าง

สยาม พ.ศ. 2408

คนดูอยู่กับกีฬานี้มาตลอด

และตรงที่มีคนดูกับเงิน ตรงนั้นก็มีแรงจูงใจตามมาเสมอ

การชกมวยในสยามเมื่อปี พ.ศ. 2408 ถ่ายโดยจอห์น ทอมสัน ภาพนี้เลือกมาเพราะเป็นภาพเก่าที่ไม่มีบุคคลซึ่งยังมีชีวิตอยู่ปรากฏในบทความที่ว่าด้วยการทุจริตภาพ: John Thomson · สาธารณสมบัติ

ทำไมถึงเกิดขึ้นได้

คำตอบอยู่ที่โครงสร้างของกีฬานี้เอง มวยไทยบนเวทีมาตรฐานมีการเปรียบมวยและมีการวางเงินกันในสนามระหว่างไฟต์ ราคาขยับได้ตลอดทุกยกตามสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที

เมื่อผลของไฟต์เดียวผูกกับเงินจำนวนมากที่เปลี่ยนมือทันที แรงจูงใจจึงเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครออกแบบ และคนที่รู้ผลล่วงหน้าย่อมได้เปรียบคนที่ไม่รู้ นี่คือเหตุผลที่กฎหมายเขียนเรื่องนี้ไว้แยกเป็นมาตราของตัวเอง แทนที่จะปล่อยให้เป็นเรื่องวินัยภายในวงการ

ข้อสังเกตที่ควรแยกให้ออกคือ การที่นักมวยแพ้แบบที่คนดูไม่คาดคิดไม่ได้แปลว่ามีการล้มมวย ไฟต์จบเร็วเพราะบาดเจ็บ เพราะลดน้ำหนักหนัก หรือเพราะเจอคนที่เก่งกว่าจริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ใครผิดบ้าง และโทษเท่าไร

กฎหมายไม่ได้เขียนถึงนักมวยฝ่ายเดียว แต่ไล่ตั้งแต่คนที่เสนอไปจนถึงคนที่รับ

มาตราห้ามอะไรโทษ
48ให้หรือเสนอทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่นักมวย เพื่อให้ล้มมวยจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 59
50นักมวยรับทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้น
51ผู้ตัดสินรับทรัพย์สินหรือประโยชน์จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 60

คำตอบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่คนค้นหากันบ่อยว่าล้มมวยติดคุกกี่ปี คือไม่เกินห้าปีสำหรับนักมวยและคนที่เสนอเงิน และไม่เกินสิบปีสำหรับผู้ตัดสิน โดยศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจว่าจะลงโทษเท่าใดในกรอบนั้น

นอกเหนือจากโทษทางอาญายังมีผลทางทะเบียนอีกชั้น เพราะนักมวย ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และนายสนามมวยต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายฉบับนี้ การถูกดำเนินคดีจึงกระทบสถานะการขึ้นทะเบียนไปด้วย

ทำไมโทษของกรรมการหนักกว่า

จุดที่คนมักแปลกใจคือโทษของผู้ตัดสินหนักเป็นสองเท่าของนักมวย ทั้งที่ผู้ตัดสินไม่ได้เป็นคนขึ้นชก

เหตุผลอยู่ที่ขอบเขตของความเสียหาย นักมวยที่ล้มมวยทำให้ไฟต์เดียวเสียหาย แต่ผู้ตัดสินที่รับเงินทำให้ระบบการตัดสินทั้งระบบเสียความน่าเชื่อถือ และคนดูไม่มีทางรู้ได้เลยว่าผลที่ประกาศออกมาเป็นของจริงหรือไม่ กฎหมายจึงถือว่าเป็นคนละน้ำหนักกัน

คนดูดูออกไหม

ตอบตรง ๆ คือคนดูส่วนใหญ่ดูล้มมวยไม่ออก และนี่คือส่วนที่ต้องระวังที่สุดในเรื่องนี้

สิ่งที่คนมักยกมาเป็นข้อสังเกตอย่างการที่ราคาขยับผิดปกติ หรือการที่นักมวยดูไม่ออกอาวุธเท่าที่ควร เป็นได้แค่ข้อสังเกต ไม่ใช่หลักฐาน นักมวยที่บาดเจ็บกลางไฟต์ก็ดูเหมือนไม่สู้ และราคาก็ขยับได้จากหลายสาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริต

การกล่าวหาบุคคลต่อสาธารณะโดยไม่มีหลักฐานเป็นเรื่องที่มีผลทางกฎหมายกับผู้กล่าวหาเอง การพิสูจน์ว่ามีการล้มมวยจริงเป็นหน้าที่ของกระบวนการสอบสวนและศาล ไม่ใช่ของคนดู

ผลที่ตามมา

ความเสียหายจากล้มมวยที่ชัดที่สุดไม่ได้ตกอยู่กับคนที่เสียเงิน แต่ตกอยู่กับนักมวยที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะเมื่อคนดูเริ่มไม่เชื่อผลการแข่งขัน ไฟต์ที่สู้กันจริงก็ถูกตั้งคำถามไปด้วย

นี่คือเหตุผลที่เรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาพูดซ้ำ ๆ ในวงการ และเป็นเหตุผลที่กฎหมายเลือกจะเขียนถึงมันโดยตรงแทนที่จะปล่อยเป็นเรื่องมารยาท อ่านโครงสร้างของการแข่งขันที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องด้วยได้ที่กติกามวยไทย และดูประวัติความเป็นมาของกีฬานี้ได้ที่ประวัติมวยไทย

สรุป

ประเด็นสำคัญ

ล้มมวยมีนิยามอยู่ในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ว่าคือการเข้าแข่งขันโดยแสร้งชกแพ้ และรวมถึงการเข้าแข่งขันโดยกำหนดผลไว้ล่วงหน้า ซึ่งแปลว่าไม่จำเป็นต้องมีใครล้มลงจริงก็เข้านิยามแล้ว กฎหมายเอาผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ มาตรา 48 ห้ามเสนอทรัพย์สินแก่นักมวยและมาตรา 50 ห้ามนักมวยรับ โดยมีโทษตามมาตรา 59 คือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ตัดสินที่รับทรัพย์สินมีโทษหนักกว่าตามมาตรา 60 คือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท เพราะความเสียหายกระทบทั้งระบบการตัดสิน ข้อสังเกตอย่างราคาที่ขยับผิดปกติเป็นเพียงข้อสังเกต ไม่ใช่หลักฐาน และการพิสูจน์เป็นหน้าที่ของกระบวนการสอบสวนและศาล

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ล้มมวยคืออะไร?

ตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 คือการเข้าแข่งขันกีฬามวยโดยแสร้งชกแพ้ และรวมถึงการเข้าแข่งขันโดยมีการกำหนดผลไว้เป็นการล่วงหน้า

ล้มมวยติดคุกกี่ปี?

นักมวยที่รับทรัพย์สินและผู้ที่เสนอให้ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 59 ส่วนผู้ตัดสินที่รับทรัพย์สินมีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา 60

ต้องล้มลงจริงถึงจะผิดไหม?

ไม่ต้อง เพราะนิยามรวมถึงการตกลงผลกันไว้ล่วงหน้าด้วย ไม่ว่าผลที่ตกลงกันจะเป็นแพ้ ชนะ หรือจบในยกที่เท่าไรก็ตาม

ทำไมโทษของกรรมการถึงหนักกว่านักมวย?

เพราะขอบเขตความเสียหายต่างกัน นักมวยที่ล้มมวยทำให้ไฟต์เดียวเสียหาย แต่ผู้ตัดสินที่รับเงินทำให้ระบบการตัดสินทั้งระบบเสียความน่าเชื่อถือ

ดูจากราคาที่ขยับรู้ได้ไหมว่ามีการล้มมวย?

ไม่ได้ ราคาขยับได้จากหลายสาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริต ทั้งอาการบาดเจ็บกลางไฟต์และฟอร์มที่ต่างจากที่คาด ข้อสังเกตเหล่านี้เป็นเพียงข้อสังเกต ไม่ใช่หลักฐาน

ใครเป็นผู้พิสูจน์?

กระบวนการสอบสวนและศาล ไม่ใช่คนดู การกล่าวหาบุคคลต่อสาธารณะโดยไม่มีหลักฐานมีผลทางกฎหมายกับผู้กล่าวหาเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 กติกาอาจเปลี่ยนแปลง ควรยึดเอกสารของรายการแข่งขันเป็นหลัก