SpecialtySumo

ซูโม่ คืออะไร ตัดสินแพ้ชนะยังไง และทำไมนักซูโม่ถึงตัวใหญ่

คนไทยเห็นซูโม่ครั้งแรกมักจำได้แค่ภาพชายร่างใหญ่สองคนปะทะกัน แล้วจบภายในไม่กี่วินาที แต่สิ่งที่อยู่หลังไม่กี่วินาทีนั้นคือกติกาที่สั้นจนน่าตกใจ ระบบยศที่โหดกว่ากีฬาต่อสู้ทั่วไป และพิธีกรรมที่เก่ากว่าคำว่ากีฬาอาชีพหลายร้อยปี

สารบัญ
  1. ซูโม่คืออะไร
  2. แพ้ชนะตัดสินยังไง
  3. ทำไมถึงไม่มีรุ่นน้ำหนัก
  4. โดเฮียว เวทีที่มีหลังคาเป็นศาลเจ้า
  5. ยศและดิวิชัน
  6. ทัวร์นาเมนต์ปีละหกครั้ง
  7. พิธีกรรมและข้อห้าม
  8. ซูโม่กับคนไทย

ซูโม่คืออะไร

ซูโม่คือกีฬาต่อสู้ประจำชาติญี่ปุ่น ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า sumo และเขียนด้วยอักษรญี่ปุ่นว่า 相撲 ผู้เข้าแข่งขันสองคนสวมผ้าคาดเอวที่เรียกว่ามาวาชิ แล้วปะทะกันบนเวทีดินทรงกลม ใครออกนอกวงหรือล้มลงก่อนคือผู้แพ้

นักซูโม่สองคนสวมมาวาชิย่อตัวลงจรดมือกับพื้นเวทีดินก่อนพุ่งเข้าปะทะกัน โดยมีผู้ชมนั่งล้อมอยู่รอบเวที

จังหวะทาจิไอ

ทุกอย่างตัดสินกันในไม่กี่วินาที

ออกนอกวงหรือล้มลงก่อน คือแพ้ ไม่มีคะแนน ไม่มียก

จังหวะตั้งท่าก่อนปะทะในดิวิชันจูเรียว ศึกฮัตสึบาโชปี 2010 ทั้งสองฝ่ายต้องเอามือแตะพื้นพร้อมกันก่อนไฟต์จะเริ่มภาพ: davidgsteadman · สาธารณสมบัติ

แพ้ชนะตัดสินยังไง

กติกาซูโม่หลักมีเพียงสองข้อ คือแพ้เมื่อถูกดันออกนอกวง และแพ้เมื่อส่วนใดของร่างกายนอกจากฝ่าเท้าแตะพื้น เท่านี้จริง ๆ ไม่มีการนับคะแนน ไม่มียก และไม่มีการตัดสินว่าใครชกสวยกว่า

สมาคมซูโม่ญี่ปุ่นรับรองท่าชนะหรือคิมาริเตะไว้ 82 ท่าตั้งแต่ปี 2001 บวกอีกห้าแบบที่ถือว่าชนะโดยไม่ได้ใช้ท่า แต่ในสนามจริงมีไม่ถึงสิบกว่าท่าที่ใช้กันบ่อย ท่าที่พบมากที่สุดคือโยริคิริ ซึ่งคือการจับมาวาชิแล้วเดินดันออกนอกวง ท่าเดียวนี้คิดเป็นราวหนึ่งในสามของไฟต์อาชีพทั้งหมด

ส่วนท่าต้องห้ามของกีฬาซูโม่มีระบุไว้ชัด ได้แก่ การรัดคอ ดึงผม หักนิ้ว จับบริเวณเป้า เตะ ทิ่มตา ชกด้วยกำปั้น และตบสองหูพร้อมกัน

ทำไมถึงไม่มีรุ่นน้ำหนัก

นี่คือคำตอบของคำถามที่คนถามบ่อยที่สุดว่าทำไมนักซูโม่ต้องตัวใหญ่ เพราะซูโม่อาชีพไม่มีการแบ่งรุ่นน้ำหนักเลย คนหนัก 90 กิโลกรัมมีสิทธิ์เจอคนหนักสองเท่าตัวในวันเดียวกัน น้ำหนักจึงกลายเป็นอาวุธโดยตรง ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีดลงให้เข้าพิกัดแบบมวย

ผลที่ตามมาคือกีฬานี้ให้ค่ากับการถ่ายน้ำหนักและจังหวะมากกว่าที่คนดูครั้งแรกคิด คนตัวเล็กกว่าเอาชนะได้ด้วยการหลบมุม จับมาวาชิให้ได้ก่อน หรือใช้แรงของอีกฝ่ายพาเขาออกไปเอง

โดเฮียว เวทีที่มีหลังคาเป็นศาลเจ้า

เวทีของกีฬานี้เรียกว่าโดเฮียว เป็นแท่นดินยกสูง มีวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตรล้อมด้วยฟ่อนฟาง วงกลมนั้นคือเส้นตายของทั้งไฟต์ เพราะก้าวพ้นเมื่อไรคือจบ

ภาพขาวดำปี 1931 มองจากที่สูงลงมาเห็นเวทีซูโม่ที่มีหลังคาทรงศาลเจ้าแขวนอยู่เหนือวง ล้อมด้วยผู้ชมเต็มหอประชุม

โดเฮียว

หลังคาแบบศาลเจ้าแขวนอยู่เหนือวง

รูปทรงนี้บอกว่าเวทีไม่ได้เป็นแค่สนาม แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

หอประชุมเรียวโงกุ โคคุงิคังเดิม ในภาพจากหนังสือภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นปี 1931 เห็นหลังคาทรงศาลเจ้าที่แขวนอยู่เหนือโดเฮียวภาพ: 新光社 · สาธารณสมบัติ

ยศและดิวิชัน

ซูโม่อาชีพแบ่งเป็นหกดิวิชัน จากล่างขึ้นบนคือโจโนกุจิ โจนิดัง ซันดันเมะ มาคุชิตะ จูเรียว และมาคุอุจิซึ่งเป็นชั้นสูงสุด มาคุอุจิถูกกำหนดจำนวนไว้ที่ 42 คนตั้งแต่ปี 2004

ภายในมาคุอุจิยังแบ่งเป็นห้าระดับ ไล่จากมาเอะกาชิระขึ้นไปคือโคมุสุบิ เซกิวาเกะ โอเซกิ และโยโกซูนะซึ่งอยู่บนสุด สี่ระดับบนเรียกรวมกันว่าซันยาคุ

นักซูโม่ดิวิชันมาคุอุจิสวมผ้ายกดิ้นปักลายยืนเรียงเป็นวงรอบโดเฮียวในพิธีขึ้นเวที โดยมีผู้ชมเต็มรอบสนาม

พิธีขึ้นเวที

ชั้นสูงสุดมีแค่ 42 คน

ทุกคนในภาพคือดิวิชันมาคุอุจิ ซึ่งจำกัดจำนวนไว้ตายตัว

พิธีโดเฮียวอิริของนักซูโม่ดิวิชันมาคุอุจิ ผ้ายกที่คาดอยู่ใช้เฉพาะในพิธี ไม่ได้ใส่ลงแข่งจริงภาพ: Simon Q · CC BY 2.0

กฎที่ทำให้ยศบนสุดพิเศษกว่าที่อื่นคือโยโกซูนะไม่ถูกลดยศ ไม่ว่าฟอร์มจะตกแค่ไหน แต่แลกมาด้วยความคาดหวังว่าถ้าทำผลงานไม่ได้ตามมาตรฐานก็ควรประกาศเลิกเอง ส่วนยศอื่นขึ้นลงตามผลงานในแต่ละทัวร์นาเมนต์ โดยเส้นแบ่งคือชนะแปดจากสิบห้าไฟต์

ภาพพิมพ์ญี่ปุ่นปี 1867 เรียงรูปนักซูโม่จำนวนมากเป็นแถวพร้อมตัวอักษรกำกับชื่อและยศไว้ด้านบน
ภาพพิมพ์ปี 1867 ที่เรียงนักซูโม่ชื่อดังของยุคเอโดะไว้เป็นแถวพร้อมชื่อกำกับ สะท้อนว่าระบบจัดอันดับเป็นหัวใจของกีฬานี้มานานแล้วภาพ: Utagawa Kuniteru II · สาธารณสมบัติ

ทัวร์นาเมนต์ปีละหกครั้ง

ตั้งแต่ปี 1958 เป็นต้นมา ศึกใหญ่ของซูโม่หรือฮมบาโชจัดปีละหกครั้ง ครั้งละสิบห้าวัน โดยสามครั้งจัดที่โคคุงิคังในโตเกียวช่วงมกราคม พฤษภาคม และกันยายน อีกสามครั้งจัดที่โอซากาในเดือนมีนาคม นาโกยาในเดือนกรกฎาคม และฟุกุโอกะในเดือนพฤศจิกายน

นักซูโม่ระดับเซกิโตริชกวันละหนึ่งไฟต์ตลอดสิบห้าวัน ใครได้แปดชนะขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์และมีสิทธิ์เลื่อนยศ ใครต่ำกว่านั้นถูกลดอันดับในรอบถัดไป ระบบนี้ทำให้ทุกไฟต์มีผลกับอาชีพทันที ไม่มีไฟต์อุ่นเครื่อง

พิธีกรรมและข้อห้าม

สิ่งที่คนดูครั้งแรกมักคิดว่าเป็นการถ่วงเวลา จริง ๆ คือพิธีกรรมที่มีที่มา การโปรยเกลือก่อนขึ้นปะทะคือการชำระเวที การยกขาและย่ำลงแรง ๆ คือการขับไล่สิ่งไม่ดี และพิธีขึ้นเวทีของนักซูโม่ชั้นสูงก็ทำก่อนเริ่มแข่งทุกวัน

ภาพพิมพ์อุกิโยะเอะปี 1854 นักซูโม่สองคนปล้ำกันกลางภาพ โดยมีกรรมการถือพัดและผู้ตัดสินนั่งอยู่สองข้าง

ปี 1854

ภาพเดียวกับทุกวันนี้

ท่าปล้ำ กรรมการถือพัด และผู้ตัดสินข้างเวที แทบไม่เปลี่ยนเลย

ภาพพิมพ์ของอุตางาวะ คุนิซาดะ ปี 1854 แสดงการปล้ำของนักซูโม่มุตสึงามิเนะกับอุนริว พร้อมกรรมการบนเวทีและผู้ตัดสินข้างเวทีภาพ: Utagawa Kunisada · สาธารณสมบัติ

ข้อห้ามที่ถูกพูดถึงมากที่สุดนอกญี่ปุ่นคือผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้แข่งซูโม่อาชีพ และไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปบนโดเฮียว เป็นธรรมเนียมที่ยังบังคับใช้อยู่และยังเป็นประเด็นถกเถียงในญี่ปุ่นเอง

ซูโม่กับคนไทย

ชื่อที่คนไทยคุ้นที่สุดคือฮาคุโฮ โช โยโกซูนะลำดับที่ 69 ที่สมาคมซูโม่ญี่ปุ่นบันทึกสถิติไว้ 1,187 ชนะ พร้อมแชมป์ดิวิชันสูงสุด 45 สมัย ก่อนยุติเส้นทางในปี 2021 อ่านโปรไฟล์เต็มได้ที่ ฮาคุโฮ โช

ฝั่งในประเทศ ซูโม่เคยถูกยกมาจัดแสดงถึงใจกลางกรุงเทพฯ โดยมีอดีตนักซูโม่อาชีพมาสาธิตที่สยามพารากอนในเดือนกรกฎาคม 2566 ซึ่งถูกเรียกกันว่าเวทีซูโม่ครั้งแรกในไทย

ถ้าเทียบกับกีฬาต่อสู้ที่คนไทยคุ้นเคย จุดที่ต่างที่สุดไม่ใช่รูปร่างของนักกีฬา แต่เป็นเงื่อนไขการแพ้ชนะ เพราะมวยไทยและมวยสากลตัดสินด้วยคะแนนสะสมตลอดหลายยก ส่วนซูโม่จบในจังหวะเดียว

ข้อควรรู้: ถ้าจะไปดูซูโม่ที่ญี่ปุ่น ให้เช็กปฏิทินก่อนว่าเดือนนั้นมีฮมบาโชที่เมืองไหน เพราะกีฬานี้ไม่ได้แข่งทุกสัปดาห์แบบลีกกีฬาอื่น มีเพียงหกช่วงในหนึ่งปีเท่านั้น
สรุป

ประเด็นสำคัญ

ซูโม่คือกีฬาประจำชาติญี่ปุ่นที่ตัดสินแพ้ชนะด้วยสองเงื่อนไข คือถูกดันออกนอกวงหรือมีส่วนใดของร่างกายนอกจากฝ่าเท้าแตะพื้น สมาคมซูโม่ญี่ปุ่นรับรองท่าชนะ 82 ท่าตั้งแต่ปี 2001 โดยโยริคิริเป็นท่าที่ใช้มากที่สุด ส่วนท่าต้องห้ามได้แก่การรัดคอ ดึงผม หักนิ้ว จับเป้า เตะ ทิ่มตา และชกด้วยกำปั้น เวทีโดเฮียวเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตรล้อมด้วยฟ่อนฟาง กีฬานี้ไม่มีรุ่นน้ำหนัก แบ่งนักกีฬาเป็นหกดิวิชันโดยมีมาคุอุจิ 42 คนเป็นชั้นสูงสุด และมีโยโกซูนะเป็นยศบนสุดที่ไม่ถูกลดยศ ทัวร์นาเมนต์ใหญ่จัดปีละหกครั้ง ครั้งละสิบห้าวัน ที่โตเกียว โอซากา นาโกยา และฟุกุโอกะ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ซูโม่คืออะไร?

กีฬาต่อสู้ประจำชาติญี่ปุ่น ผู้แข่งสวมผ้าคาดเอวที่เรียกว่ามาวาชิและปะทะกันบนเวทีดินทรงกลม ใครถูกดันออกนอกวงหรือล้มลงแตะพื้นก่อนคือผู้แพ้

ซูโม่ตัดสินแพ้ชนะยังไง?

มีสองเงื่อนไขเท่านั้น คือถูกดันออกนอกวงกลม หรือมีส่วนใดของร่างกายนอกจากฝ่าเท้าแตะพื้น ไม่มีการนับคะแนนและไม่มียก

ทำไมนักซูโม่ต้องตัวใหญ่?

เพราะซูโม่อาชีพไม่มีการแบ่งรุ่นน้ำหนัก นักกีฬาตัวเล็กอาจต้องเจอคนที่หนักกว่าหลายสิบกิโลกรัมในไฟต์เดียวกัน น้ำหนักจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบโดยตรง

โยโกซูนะคืออะไร?

ยศสูงสุดของซูโม่ จุดที่ต่างจากยศอื่นคือโยโกซูนะไม่ถูกลดยศแม้ฟอร์มตก แต่ถูกคาดหวังให้ประกาศเลิกเองหากทำผลงานไม่ได้ตามมาตรฐาน

ซูโม่แข่งปีละกี่ครั้ง?

หกครั้งต่อปี ครั้งละสิบห้าวัน จัดที่โตเกียวสามครั้งในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน ที่โอซากาในเดือนมีนาคม นาโกยาในเดือนกรกฎาคม และฟุกุโอกะในเดือนพฤศจิกายน

ผู้หญิงขึ้นเวทีซูโม่ได้ไหม?

ไม่ได้ ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้แข่งซูโม่อาชีพและไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปบนโดเฮียว ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงในญี่ปุ่น

ท่าชนะของซูโม่มีกี่ท่า?

สมาคมซูโม่ญี่ปุ่นรับรองไว้ 82 ท่าตั้งแต่ปี 2001 และอีกห้าแบบที่ถือว่าชนะโดยไม่ได้ใช้ท่า แต่ในสนามจริงใช้กันบ่อยไม่ถึงสิบกว่าท่า

ซูโม่ ภาษาอังกฤษเขียนยังไง?

เขียนว่า sumo ส่วนภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 相撲 และเวทีที่ใช้แข่งเรียกว่าโดเฮียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 23 กันยายน 2569 กติกาอาจเปลี่ยนแปลง ควรยึดเอกสารของรายการแข่งขันเป็นหลัก